ไวรัสกับแบคทีเรียรักษาต่างกันหรือไม่

ไวรัสและแบคทีเรีย ชื่อนี้หลายๆ คนคงจะคุ้นเคยกันดี ยิ่งในช่วงที่มีโรคระบาดอีกด้วย ก่อนที่เรานั้นจะไปรู้ว่า ไวรัสกับแบคทีเรียรักษาต่างกัน หรือเหมือนกันอย่างไรนั้น

เราจะต้องรู้ก่อนว่าสองสิ่งนี้มันต่างกันอย่างไร ในส่วนของแบคทีเรียนั้นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่มองเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่แบคทีเรียก็มีขนาดเล็กเช่นเดียว กันแต่เราไม่สามารถมองเห็นมันได้เลย และก็ยังไม่รู้อีกด้วยว่า มันควรจะเป็นสิ่งมีชีวิต หรือไม่มีชีวิตดี 

อย่างที่เราได้บอกไปเบื้องต้นแล้วเกี่ยวกับไวรัส  และแบคทีเรียว่ามันต่างกันอย่างไร  หลายๆ คน    ก็พอจะมองภาพออกบ้างแล้ว  แล้วยาละมันใช้ต่างกันตรงไหน บางคนเคยมีความเชื่อที่ว่า เวลาที่เราเป็นหวัดไม่สบายออกไปซื้อยาดีกว่า และสิ่งที่ซื้อมากินนั้นก็คือ อะม็อกซีซิลลิน

หรือยาฟ้าเขียวนั้นเอง จริงๆ แล้วยาตัวนี้ไม่ได้เป็นยายาสามัญประจำบ้านนะอันนี้ต้องบอกไว้ก่อน แต่คนก็มันจะซื้อเหมือนกับขนมเลยก็ว่าได้ ซื้อเอามากิน 3 วัน 4 วัน อาการดีขึ้นแล้วก็หยุดกิน  และด้วยเหตุนี้จะทำให้ทุกคนเกิดอาการดื้อยากันขึ้น 

เพราะอะม็อกซีซิลลิน มันเป็นยาฆ่าเชื้อ มันเอาไว้สำหรับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย หลายคนคงจะเกิดความสงสัยว่ากินอะม็กซีแล้วทำไมถึงหาย มันหายจากยา หรือว่ามันหายจากร่างกายเป็นคนจัดการกันแน่ เรามันดูกันดีกว่าว่าแบคทีเรีย และไวรัส ทำไมถึงใช้ยาต่างกันไม่ได้ 

เรามาเริ่มกันที่แบคทีเรียกันก่อนเลยดีกว่าว่ามันมียาอะไรในการรักษาบ้าง  ซึ่งยานั้นก็มีเพียบเลย ซึ่องต้องบอกกว่าว่าแบคทีเรียมันเป็นเซลล์ เราจะทำยังไงก็ได้ที่ทำให้เซลล์มันตาย มันมีหลายกระบวนการเอามากๆ มันจะมีอยู่ 5 กลุ่มด้วยกัน แต่เราจะไม่ลงรายละเอียดเกี่ยวกับตัวยาต่างๆ

หรอกนะ ใน 5 กลุ่มนั้นก็จะแบ่งยาได้ออกเป็นหลายชนิด แต่ละชนิดของแบคทีเรียจะจำเพราะ   ตัวยาไม่เหมือนกัน สมมติว่าเราดื้อยา 1 กลุ่ม เราก็จะดื้อยาทุกตัวในกลุ่มเลย ทำให้เราจะต้องเปลี่ยนกลไกลหรือก็คือเปลี่ยนกลุ่มไปเลยในการรักษา

ในขณะที่ยาต้านไวรัสทำหน้าที่ยังไงบ้าง ตัวอย่างของยาที่เราเห็นกันบ่อยๆ เลยคือ โอเซลทามิเวียร์ หรือยาเหลืองขาวนั้นเอง มันคือยาต้านไข้หวัดใหญ่ ยาตัวนี้มันจะทำหน้าที่ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในการปล่อยออกจากเซลล์  กลไกลต่างกัน ถ้าเกิดว่าเป็นกลุ่มของแบคทีเรียมันเป็นการทำลายตัวเซลล์ 

แต่ไวรัสจะทำแค่การยับยั้งแทน และส่งผลให้การยึดเกาะของตัวไวรัสและเซลล์ในมนุษย์ทำได้ยากขึ้น ซึ่งปกติแล้วร่างกายเราจะมีภูมิคุ้มกันที่ออกมาฆ่าไวรัสได้เองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาระหว่างแบคทีเรีย และไวรัสถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมาก

 

สนับสนุนโดย  สูตร sexy baccarat

สงครามนิวเคลียร์

สงครามนั้นเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ  มันเป็นสิ่งที่มีมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันนี้สงครามที่เกิดขึ้นในสมัยนี้จะไม่ใช่  สงครามที่เกิดขึ้นการฆ่าแกงกันอย่างในอดีต

แต่มันก็มีความรุนแรงและกดดันไม่แพ้กัน  เพราะสงครามในปัจจุบันนั้นเป็นสงครามที่เล่นเกี่ยวกับความคิดของคน แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนั้นแต่ถ้ามีฝ่ายใดที่เริ่มเปิดศึกษา  หรือว่าถ้าหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งการยิงอาวุธ      ใส่กันก่อน เมื่อนั้นแหละสงครามของจริงได้เริ่มขึ้นแล้ว

ในวันนี้นั้นเราจะมาพูดถึงการทำสงครามอย่างหนึ่ง  ที่เรียกว่าสงครามนิวเคลียร์ ในส่วนของภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์นั้นมันได้เขามามีอิทธิพลต่อโลกของเราเมื่อกลาง ศตวรรที่ 20 ถึงแม้ว่าภัยคุกคามนั้นได้มีความทวีคูณความรุนแรงขึ้น แต่จากนั้นก็ลดลงเรื่อยๆ 

ในช่วงหลายทศรรที่ผ่านมาแต่ศักยภาพในการทำลายล้างของสงครามนอวเคลียร์นั้นดูเหมือนกับว่าจะโดดเด่นขึ้นในช่วงในไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เอง  ถ้าหากว่าสงครามนิวเคลียร์เกิดขึ้นในวันนี้  เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้มีการคาดการณ์เอาไว้ว่า ผลกระทบจากสงครามนิวเคลียร์นี้ มันจะมีลักษณะที่คล้ายกับการสูญพันธ์ของไดโนเสาร์ เขม่าที่เกิดจากการทำลายล้างมันจะเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศของโลก

มันจะจะทำให้พื้นผิวโลกของเราเย็นลง และทำให้บรรยากาศของโลกร้อนขึ้นอีกด้วย สงครามนิวเคลียร์นั้นได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ในช่วงวิกฤตการ    ขีปนาวุธคิวบาร์  ซึ่งการเผชิญหน้าทางทหาร  ระหว่างสหรัฐอเมริกาฝายหนึ่ง กับสหภาพโซเวียด ในประเทศคิวบาร์อีกฝ่ายหนึ่ง ในช่วงเวลาที่สงครามเย็น 

อยู่ในช่วงของความตึงเคลียดนั้น มันเกือบจะได้กลายไปเป็นสงครามปรมณู ซึ่งการเจระจาต่อรองของทั้งสองฝ่าย โดย Nikita Khrushchev เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ ของสหภาพโซเวียดได้ เขียนจดหมายถึง John F.Kennedy ประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรัฐอเมริกาว่า      หากไม่มีความตั้งใจ  ที่จะกระชับความสัมพันธ์นั้น  เพื่อที่จะปกป้องโลกในพ้นจากภัยที่จะเกิดจากสงครามอันแสนสาหัส 

ก็ข้อให้เราเพียงผ่อนคลาย และให้เราได้ใช้มาตรการในการแก้ปมนั้นโดยการถึงปลาย    เชือกออก ในทุกวันนี้ภัยคุกคามจากสงครามนิวเคลียร์ ได้รับการกล่าวขานอีกครั้งว่ามันเป็นภัยอันตรายร้ายแรง ที่ชะตากรรมของโลกอาจจะกันการสิ้นใจของผู้นำแต่ละประเทศ

โดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ  อย่างไรก็ตามการเกิดสงครามขึ้นกับโลก  ของเราไม่ว่าจะเป็นสงครามอะไรก็ไม่ดีทั้งนั้น เพราะไม่ว่าใครชนะมันก็เกิดความสูญเสียที่ไม่แตกต่างกันทั้งนั้น สู้ดีไม่ต้องให้เกิดขึ้นเลยจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า

 

สนับสนุนโดย    sa gaming ขั้นต่ำ 5 บาท

กองทัพเรือรัสเซียพบเห็นยูเอฟโอ

นอกจากนี้ได้มีการรายงานเรื่องของเหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นในอาณาบริเวณสามเหลี่ยมเบอมิวด้าโดยผู้บังคับบัญชาเรือดำน้ำที่ได้ปลดเกษียณแล้วได้กล่าวว่า

เมื่อเรือดำน้ำได้เข้าใกล้ที่บริเวณสามเหลี่ยมเบอมิวด้าได้เกิดการแปรป่วนของเครื่องมือวัดทุกชนิดภายในเรือได้มีการรบกวนของสิ่งที่ไม่สามารถที่จะทราบได้เลยว่ามันคืออะไรพวกเราได้คาดว่ามันอาจจะมาจากยูเอฟโอที่ที่อยู่ในบริเวณนั้นมีหลายครั้งที่เครื่องมือตรวจจับวัดของเราได้ตรวจพบวัตถุลึกลับด้วยความเร็วสูงจากการอ่านค่าจากหน้าปัด

ซึ่งมันสามารถใช้ความเร็วได้ถึง230น็อตหรือประมาณ40กิโลเมตรต่อชั่วโมงความเร็วขนาดนั้นมันเร็วเกินกว่าที่มันจะเป็นไปได้แม้แต่ที่บนผิวน้ำก็ตามแต่การเคลื่อนที่ใต้ผิวน้ำฝ่าแรงต้านทานของน้ำนั้นมันบ่งชี้ว่าววัตถุลึกลับนี้เคลื่อนที่โดยไม่ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ทางฟิสิกส์ที่พวกเรารู้กันเลย

ดังนั้นแล้วมันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าใครก็ตามที่สร้างยานนั้นขึ้นมาได้ก้าวล้ำนำหน้าเทคโนโลยีของพวกเราไปมากเหลือเกินทั้งนี้ยังได้มีรายงานว่าวัตถุที่เคลื่อนอยู่ใต้น้ำเหล่านี้บางครั้งมันก็บินเข้ามาใกล้ๆบางครั้งก็บินเข้าๆออกๆจากน้ำที่แตกกระจายเหมือนถูกของแข็งกระทบด้วยหนักๆโดยไร้สิ่งกีดขวางใดๆหลังจากมีการรายงานพบเห็นวัตถุเหล่านี้แล้วมีคนได้พบเห็นหลุมขนาดใหญ่บนก้อนน้ำแข็ง

จึงทำให้มีคนได้สันนิษฐานว่ายูเอฟโอเหล่านี้มีความสามารถในการละลายน้ำแข็งเวลาที่เร่งความเร็วออกตัวและตัวอย่างของเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในหลายที่เช่น นอร์เวย์ สวีเดน และ รัสเซีย 

ซึ่งได้มีรายงานว่ามีวัตถุเหล่านี้เข้าและออกจากน้ำในบริเวณดังกล่าวบางคนเชื่อว่ายูเอฟโอเหล่านี้อาจมาจากภายในบางแห่ของโลกกรวงและมีต้นกำเนิดมาจากเมืองโบราณแอตแลนติกที่มีความเจริญก้าวหน้าล้ำยุคได้ตั้งอยู่ที่ไหนสักแห่งในมหาสมุทรแอตแลนติก

นอกจากนี้ชาวบ้านหลายคนที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งของอินเดียก็เคยได้พบเห็นแสงสีสันสดใสบนท้องฟ้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนเหตุการณ์ที่เกิดคลื่นสินามิจะกระทบชายฝั่งการเฝ้าสังเกตการยูเอฟโอที่พุ่งลงน้ำและได้โผล่ขึ้นมาจากน้ำไม่ใช่เรื่องใหม่มีการรายงานข่าวการพบเห็นมาแล้วนับพันครั้ง

เพราะฉะนั้นแล้วยังได้มีรายงานจากฐานนอกชายฝั่งของประเทศต่างๆหลายประเทศที่มอลตามีรายงานว่าลูกเรือเห็นดวงไฟส่องสว่างสามดวงโผล่ออกมาจากทะเลและพุ่งลอยขึ้นเหนืออากาศพวกเขาเห็นได้นานนับสิบนาทีก่อนที่มันจะบินหายไป

ทั้งนี้ยังมีพยานคนอื่นๆที่พบเห็นเหตุการณ์ยูเอฟโอนี้จาก ไอบีเรีย ซีเรีย และ มอลต้า แสงจากตัวยานที่ส่องสว่างแต่ละดวงมีเส้นผ่าศูนย์กลางกว้างกว่าขนาดของพระจันทร์เต็มดวงที่เกิดขึ้นในตอนนั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เล่นคาสิโนออนไลน์ให้ได้เงิน

มาทำความรู้จักกับ ดาวพลูโต

ระบบสุริยะจักรวาลของเรานั้น ประกอบไปด้วย ดวงอาทิตย์ และดาวเคราะห์อีก 8 ดวง คือ  ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวโลก ดาวอังคาร ดาวพฤหัส ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน

ซึ่งในอดีตนั้น ระบบสุริยะจักรวาลของเรามีดาวเคราะห์ทั้งหมด 9 ดวง ซึ่งนั้นก็คือก็คือดาวพลูโต ดาวพลูโตนั้นเป็นดาวเคราะห์ที่มีขนาดเล็กมากที่สุดในระบบสุริยะจักรวาล อีกทั้งยังอยู่ห่างไกลจากดวงอาทิตย์เป็นอย่างมาก เนื่องด้วยมีขนาดที่เล็กมากนั้นจึงทำให้มีการพิจารณาในดาวพลูโตนั้นถูกลดสถานะให้เหลือเป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ เป็นดาวเคราะแคระห์ที่อยู่ในแถบไคเปอร์  ดาวพลูโตถูกค้นพบขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ปี 1930

โดยผู้ที่ค้นพลคือ ไคลด์ ทอมบอ และถูกจัดให้เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ 9 ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ และสถานะของดาวพลูโตนั้น ก็เป็นคลางแคลงใจกับนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ทั่วโลก เพราะว่าเริ่มมีการค้นพบวัตถุที่ลักษณะเช่นเดียวกันกับดาวพลูโตมากยิ่งขึ้น หลังจากที่มีการค้นพบว่าดาวพลูโตนั้นเป็นลักษณะของดาวเคราะห์หินที่มีขนาดเล็กและถูกปกคลุมด้วยน้ำแข็ง

จึงได้เริ่มถูกคัดค้านในการนำเอาดาวพลูโตเป็นดาวเคราะห์เช่นเดียวกันกับดาวเคราะห์ดวงอื่นๆ และในเมื่อปี 2005  ได้มีการค้นพบอีรีสวัตถุที่มีขนาดใหญ่กว่าดาวพลูโตถึง 27% ซึ่งทำให้สหพันธ์ดาราศาสาตร์สากลหรือ (IAU) ลงมติว่าควรที่จะลดสถานะของดาวพลูโตให้เป็นเพียงดาวเคราห์แคร

ะ เนื่องด้วยลักษณะและองค์ประกอบของดาวพลูโตนั้น ไม่เหมาะสมที่จะเป็นดาวเคราะห์ ถึงแม่ว่าดาวพลูโตนั้นจะได้ถูกลดสถานะลงไปจนกลายเป็นเพียงดาวเคราะห์แคระ แต่ว่าครั้งหนึ่งดาวพลูโตก็ได้เป็น 1 ใน 9 ของดาวเคราะห์ในระบบสุริยะจักรวาล และใครหลายๆคนนั้นก็จดจำและชื่นชอบดาวเคราะห์แคระดวงเล็กดวงนี้กันเป็นจำนวนมาก

อีกทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์หลายๆท่านก็เล็งเห็นถึงความน่าสนใจของดาวพลูโตกันเป็นอย่างมาก เพราะไม่แน่ว่าหากได้มีการสำรวจดาวพลูโตมากยิ่งขึ้นอาจจะทำให้ได้รับการค้นพบที่จะเป็นตัวช่วยในการไขปริศนาการกำเนิดของระบบสุริยะจักรวาลได้ ดาวพลูโตนั้นมีดวงดาวบริวารถึง 5 ดวง ได้แก่ แครอน สติกซ์ นิกซ์ เคอร์เบอรอส และไฮดรา

ซึ่งหนึ่งในดาวบริวารของดาวพลูโตอย่าง แครอน นั้น เป็นดาวบริวารที่มีขนาดใหญ่เท่ากันกับเส้นผ่าศูนย์กลางของดาวพลูโต และตรงบนขั้วโลกของแครอนนั้นมี่พื้นที่ที่เป็นสีน้ำตาล ซึ่งตรงพื้นที่นี้มีลค์ประกอบของโทลีน ที่เป็นสารอินทรีย์ขนาดใหญ่ ที่เชื่อกันว่าอาจจะเป็นสารที่เป็นต้นกำเนิดของสิ่งมีชีวิต ความน่าสนใจของดาวพลูโตนั้นได้ก็ให้เกิดโครงการสำรวจดาวพลูโตขึ้นอย่างเป็นทางการ

โดยยานอวกาศลำแรกที่เคลื่อนผ่านดาวพลูโตนั้นคือ ยานอวกาศนิวฮอไรซันส์ เคลื่อนผ่านเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2015  ที่ผ่านมาโดยใช้ระยะเวลาเดินทางที่ยาวนานถึง 10 ปี ด้วยระยะทางที่ไกลกว่า 3,000 ล้านไมล์ ทำให้ระยะเวลาเดินที่เดินทางนั้นนานพอสมควร

แต่ว่าก็สามารถทำภารกิจการเดินทางไปสำรวจดาวพลูโตจนสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย นอกจากจะได้สำรวจพื้นลักษณะต่างๆของดาวพลูโตแล้วยังได้ถ่ายภาพดาวพลูโตอย่างชัดๆ ให้เราเหล่ามนุษยชาติได้ยลโฉมของดาวพลูโตกันอย่างชัดเจนซักที

เนื่องด้วยระยะทางที่ค่อนข้างไกลทำให้เราไม่มีภาพดาวพลูโตที่ชัดเจนเสีย และนี่ก็ถือเป็นความสำเร็จของมนุษยชาติที่สามารถส่งยานอวกาศไปสำรวจสิ่งต่างๆที่อยู่ไกลออกไปจากโลกของเราเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นก้าวสำคัญของวิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของโลกเรา

 

สนับสนุนโดย  สถิติหวยลาววันพุธ

การปรากฏตัวของเอเรียน

หากพูดถึงคำว่าเอเรียนแล้วแล้วก็เราคงรู้จักกันดีว่าเป็นมนุษย์ต่างดาวนั่นเองซึ่งปัจจุบันนี้ผู้คนก็ยังคงมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเอเรียนกันอยู่แต่ทั้งที่จริงแล้วความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของเอเรียนนั้นมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณแล้วโดยเฉพาะชนชาวอียิปต์นั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

ซึ่งได้มีหลักฐานที่เราสามารถค้นพบได้ในประเทศอียิปต์ว่าคนอียิปต์นั้นมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องแอร์เรียน และสิ่งที่สามารถยืนยันเกี่ยวกับเรื่องของเอเรียนได้เป็นอย่างดีของประเทศอียิปต์นั้นก็เพราะว่าที่ฝาผนังในสุสาน ในเมืองกี่ซ่าจะเห็นว่าที่ฝาผนังของสุสานนั้น

จะมีการวาดภาพเอาไว้เป็นจำนวนมากและหนึ่งในภาพที่อยู่บนฝาผนังด้านหนึ่งนั่นก็คือภาพของเอเรียนนั่นเอง ซึ่งหลายคนนั้นพากันเชื่อว่าที่จริงแล้วเอเรียนนั้นเคยมาที่ดาวโลกเมื่อนานมาแล้ว เพราะว่าจะมีเหตุการณ์ต่างๆที่ทำให้มีการเชื่อได้ว่าในสมัยโบราณอาจจะมีเอเลี่ยนมาที่ดาวโลกได้จริง

เพราะมีสิ่งก่อสร้างมากมายที่ไม่น่าเชื่อว่าคนในสมัยโบราณจะสามารถสร้างสิ่งเรานั้นได้เช่นสถานที่อยู่อาศัยที่จะต้องมีการใช้อุปกรณ์อย่างมากที่จะสามารถสร้างสิ่งก่อสร้างให้มีความสูง ซึ่งถ้าหากใครได้เห็นสิ่งก่อสร้างต่างๆเรานั้นแล้วต่างก็ไม่เชื่อกันว่าจะเป็นเพียงแค่ฝีมือของมนุษย์เท่านั้น

ที่จะสามารถทำได้หรืออย่างสิ่งมหัศจรรย์หนึ่งในเจ็ดของลูกที่เป็นแท่นหินขนาดใหญ่ที่วางซ้อนกันเรียงรายซึ่งท่านหินเหล่านั้นไม่น่าจะเกิดจากการกระทำของมนุษย์ได้เนื่องจากว่าเป็นแท่นหินขนาดใหญ่มากที่มนุษย์นั้นไม่สามารถที่จะยกไปวางซ้อนกันได้นั่นเอง

และยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่สามารถอธิบายถึงที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนั้นได้จึงทำให้เชื่อได้ว่าในอดีตนั้นอาจจะเคยมีเอเลี่ยนมาอาศัยอยู่ที่โลกมนุษย์และเอเลี่ยนก็ได้มาก่อสร้างสิ่งต่างๆ

เรานั้นหลังจากนั้นก็จากโลกมนุษย์ไปเหลือเพียงแค่ร่องรอยเอาไว้ให้เราได้เห็นและคนอียิปต์ในสมัยโบราณก็อาจจะเจอเอเลี่ยนมาก่อนเพราะถ้าหากสังเกตสิ่งก่อสร้างของ อียิปต์ในสมัยโบราณจะเห็นได้ว่าพีระมิดก็สามารถก่อสร้างได้ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์มากที่ไม่น่าจะเกิดจากการกระทำของฝีมือมนุษย์

และยังมีการวาดรูปติดฝาผนังเอาไว้ที่เป็นรูปของเอเลี่ยนจึงทำให้เชื่อได้ว่าเอเรียนนั้นอาจจะเคยมาที่โลกมนุษย์และเคยไปอยู่ที่ประเทศอียิปต์มาก่อนก็เป็นได้ค่ะ

 

สนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง

มนุษย์ต่างดาวมีจริงหรือป่าว

คุณเชื่อหรือไม่เรื่องที่ใครหลายคนต่างก็บอกว่ามีมนุษย์ต่างดาวที่มาจากนอกโลก บางคนก็บอกว่ามีอยู่จริงเพราะเคยกับตา เห็นจานบินที่มีรูปร่างลักษณะแปลกๆที่ไม่มีความคล้ายกับเครื่องบินที่เราเห็น แต่บางคนก็บอกหลักฐานเหล่านั้นเป็นอุบาย สามารถสร้างขึ้นมาด้วยโปรแกรม การตัดต่อภาพ รวมถึงการที่ใครหลายคนนั้นออกมาเล่าว่า

ทางสหรัฐอเมริกาได้เคยเจอและเคยพูดคุยกับมนุษย์ต่างดาวอยู่หลายครั้งแล้ว แต่ทุกอย่างก็ถูกปิดเป็นความลับ แล้วให้เหตุผลที่ว่า ถ้ามนุษย์โลกเราได้รับรู้ถึงการมาเยือนของมนุษย์ต่างดาว มันจะกลายเป็นจารจลทางโลกอินเตอร์เน็ต ทุกคนจะตื่นตัวมากขึ้น และอาจจะส่งผลเสียตามมาภายหลัง

แต่ก็ยังมีคนมาแย้งได้อยู่เสมอว่า แล้วคนที่ปล่อยข่าวลือแบบนี้ทราบได้อย่างไร ในเมื่อก็บอกว่าทางสหรัฐอเมริกาปิดข่าวนี้เป็นความลับ แต่มนุษย์เรานี่ก็แปลกพยายามที่หาสิ่งมาโต้แย้งความคิดที่ว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นไม่มีอยู่จริง แต่กลับเชื่อในเรื่องของภูต ผี ปีศาจ สิ่งลี้ลับที่ยังไม่สามารถยืนยันและพิสูจน์ได้ว่ามีอยู่จริงเช่นเดียวกัน

แต่ถ้าหากมองกลับมาที่โลกเรานั้น บนโลกเราก็ไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตที่เป็นเพียงมนุษย์อาศัยอยู่เท่านั้น ยังมีสัตว์ และแบคทีเรียที่มีชีวิตอาศัยอยู่เต็มไปหมด ทั้งที่มองเห็นด้วยตาเปล่าและมองไม่เห็นจำเป็นต้องอาศัยกล้องในทางวิทยาศาสตร์ในการตรวจสอบ

จึงเป็นความเชื่อที่ว่า ขนาดบนโลกเรายังมีสิ่งมีชีวิตที่มากกว่ามนุษย์ แล้วข้างนอกโลกนั้น ต่างกาแล็กซี่ ต่างจักรวาล ก็อาจจะมีสิ่งมีชีวิตเช่นเดียวกัน เพราะเมื่อไม่นานมานี้ทางนาซ่าได้แจ้งข่าวให้ได้ทราบกันทั่วโลกว่า ได้รับสัญญาณตอนกลับจากนอกโลกที่แสนไกล

แต่แล้วก็ยังพิสูจน์ไม่แน่ชัดว่าสิ่งที่ส่งสัญญาณมานั้นมาจากที่ใด แล้วใครเป็นคนส่งคลื่นสัญญาณนั้นมา นั้นจึงกลายเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในแวดวงการที่ศึกษาเรื่องนี้และกลุ่มคนทั่วไปที่สนใจและเชื่อในเรื่องการมีอยู่จริงของมนุษย์ต่างดาว

แล้วถ้ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริงทำไมถึงสามารถส่งสัญญาณเหล่านั้นมายังโลกเราได้ ได้มีการสันนิฐานว่ามนุษย์ต่างดาวมีรูปร่างลักษณะคล้ายมนุษย์เรา แต่มีหน้าตาที่แปลกประหลาด แต่มันสมองของมนุษย์ต่างดาวนั้นมีความฉลาดและพัฒนาได้เร็วกว่าสมองของมนุษย์ ในโลกของเขานั้นเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าโลกเรา

และยังสามารถสร้างสิ่งที่สามารถเดินทางมาหาเราได้ด้วยความเร็วแสงที่นักวิทยาศาสตร์บนโลกเราก็ยังไม่สามารถหาข้อพิสูจน์ แต่สุดท้ายนี้ก็ยังไม่มีอะไรมายืนยันอยู่ดีว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีชีวิตอยู่และยังเป็นข้อถกเถียงกันอยู่เช่นเดียว ถ้าคนนอกโลกนั้นเป็นมนุษย์ต่างดาวสำหรับเรา เราก็เป็นมนุษย์ต่างดาวสำหรับเขาเช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยดี

มนุษย์ต่างดาวอยู่บนดวงจันทร์จริงหรือไม่

สำหรับเรื่องของดวงจันทร์ถ้าจะให้พูดตามหลักวิทยาศาสตร์เราก็คงจะรู้กันอยู่แล้วว่าดวงจันทร์คือดาวบริวารของโลกก็คือเป็นดาวที่ส่องแสงตามยามค่ำคืนแล้วก็มีผลเรื่องของน้ำขึ้นน้ำลง

ซึ่งในภายหลังนักวิทยาศาสตร์เขาก็อยากจะรู้กันว่าที่บนดวงจันทร์มันมีอะไรกันบ้างเราอยากจะไปสำรวจจังเลยเขาก็ได้มีการออกไปทำการสำรวจบนอวกาศแล้วก็มีการออกไปสำรวจบนดวงจันทร์ด้วย

ถ้าให้พูดถึงบุคคลคนแรกที่ไปเหยียบบนดวงจันทร์เราก็คงจะนึกถึงคนๆเดียวก็คือNeilArmstrongแต่จริงๆแล้วยังมีอีกหนึ่งคนที่เขาได้ไปกับNeilArmstrongแล้วก็ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์ด้วยนั่นก็คือ Edwin Buzz Aldrin 

ซึ่งEdwin Buzz Aldrinเขาเป็นสมาชิกที่ทำภากิจอพอลโล 11ร่วมกับNeilArmstrongแล้วก็ยังได้มีอีกคนหนึ่งที่ไปบนดวงจันทร์แต่ไม่ได้ลงไปเหยียบบนดวงจันทร์อีกคนหนึ่งก็คือMichael Collins

สำหรับโครงการอพอลโล 11ได้เป็นโครงการของนาซาที่มีการนำเอามนุษย์ขึ้นไปทำการสำรวจรอบๆดวงจันทร์ไม่ได้ลงไปสำรวจบนดวงจันทร์แต่อพอลโล 11ที่มีNeilArmstrongแล้วก็NeilArmstrongคือเขาได้ไปสำรวจไปเหยียบดวงจันทร์คนแรกของโลกเลย

เมื่อวันที่20กรกฎาคม2512เรายังไม่เกิดกันเลยในช่วงนั้นโดยปฏิบัติการอพอลโล 11นี้ต้องใช้คำว่าลุล่วงไปด้วยดีทำไมเราถึงใช้คำว่าลุล่วงไปด้วยดีเพราะว่าถ้าหากเราลองไปศึกษาหาข้อมูลกันจริงๆมันได้มีโครงการอื่นอีกนอกจากอพอลโล 11มันมีอพอลโลตั้งแต่เลขน้อยกว่าไปจนถึงอพอลโลที่มีตัวเลขที่มากกว่าแล้วก็ยังได้มีโครงการที่ยังเป็นชื่ออื่นอีกที่มีทั้งโครงการที่ประสบความสำเร็จแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ

ถ้าหากเราพูดคำว่าไม่ประสบความสำเร็จในการที่คนเราจะขึ้นยานอวกาศแล้วก็ออกไปจากชั้นบรรยากาศนอกโลกถ้าล้มเหลวมันก็คือความตายนั่นแหละแล้วมันก็ไม่ได้มีแค่เพียงครั้งเดียวด้วยและส่วนใหญ่แล้วก็ล้มเหลวกันหมดเลย

นอกจากนี้เรื่องของอพอลโลตามที่เราได้ไปศึกษามารู้สึกว่าจะมีอยู่อพอลโลหนึ่งเราไม่แน่ใจอพอลโลเลขที่เท่าไหน่มันเป็นเลขสองหลักที่เขาได้บอกว่าเป็นอพอลโลที่มันเป็นการขึ้นไปบนดวงจันทร์ที่มีการจัดฉากแล้วถ่ายทำขึ้นมาคือบอกว่าเราได้ขึ้นไปเหยียบบนดวงจันทร์แล้วเหมือนNeilArmstrongแต่ว่าจริงๆแล้วมันเป็นฉากที่ได้ถูกจัดขึ้นแล้วก็ไม่ได้ไปจริงๆ

โดยเราก็ไม่แน่ใจว่าเป็นอพอลโลเท่าไหร่และในข้อมูลตรงนี้เราจะต้องวิเคราะห์ให้ดีๆเพราะว่ามันมีเรื่องจริงและมีเรื่องที่ถูกแต่งขึ้นมาด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 950

เปลวสุริยะขนาดยักษ์

ดาวที่เราอาศัยดำรงชีวิตอยู่นี่ มีชื่อว่าดาวโลก หรือโลกนั้นเอง  โลกของเรามีสิ่งมีชีวิตต่างๆ มากมาย อย่างที่เรารู้ๆ กันดีว่าเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เกิดขึ้นมาพร้อมกับโลกเลย เพราะมันยังมีสิ่งมีชีวิตที่เกิดก่อนหน้าเรา และได้สูญพันธ์ไปแล้ว และเมื่อได้ยินแบบนี้ทุกคนก็อาจจะสงสัยว่าแล้วสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกตอนนี้ละ

มีโอกาสที่ตจะสูญพันธุ์หรือไม่ แน่นอนว่ามีซึ่งสาเหตุของการสูญพันธุ์  ก็มีอยู่หลายรูปแบบ เราไม่สามารถบอกได้ว่ามันจะเป็นอย่างไร เกิดขึ้นจากอะไร แต่ก็ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดจากมนุษย์ด้วยแต่คงไม่มีใครโง่       เกินกว่าที่จะทำแบบนั้นหรอก แต่ถ้าทำจริงๆ เขาคงเป้นคนที่โง่เอามากๆ

เปลวสุริยะ เป็นสิ่งที่น้อยตนจะเคยได้ยิน หรืออาจจะไม่เคยได้ยินเลยด้วยซ้ำ เปลวสุริยะขนาดยักษ์จากดวงอาทิตย์ และการปลดปล่อยมวลโคโรนา ได้พุ้งเข้าสู่วงโคจรของโลกเรา มันจะเผาผลาญทำลายอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด องเราซึ่งเปลวไฟจะทำให้เกิดการทำลายล้าง

โดยที่ได้มีการประมาณการเอาไว้ว่า ประสิทธิภาพในการทำล้างของมันน่าจะสูงกว่า พายุเฮอริเคนแคทรีนาถึง 20 เท่า ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 20 ปี ในการซ้อมปซมสิ่งต่างๆ ทั้งหมด คุณอาจจะคิดว่าสิ่งนี้อาจจไม่ใช่การสูญพันธ์ครั้งใหญ่   อย่างไรก็ตามได้เคยมีการตั้งทฤษฏีว่า เปลวไฟจากดวงอาทิตย์ที่ใหญ่กว่านั้น เป็นสาเหตุของการสูญพันธ์เมื่อประมาณ 12,000 ปี ที่แล้ว

โดยมีหลักฐาานที่แสดงให้เราได้เห็นว่าโลกได้สัมผัสกับรังสี UV ที่รุนแรงเป็นระยะเวลานาน  เนื่องจากว่ามีหลักฐานที่แสดงความเสียหายของชั้นโอโซน การศึกษาในปี 2017 ได้มีการระบุเอาไว้ว่า มีโฮกาสที่สุดมากที่เปลวสุริยะขนาดยักษ์จากดวงอาทิตญ์จะพุ้งเข้าสู่วงโคจรของโลกของเรา

ภายในศตวรรษหน้า หรืออีก 100 ปีข้างหน้า ซึ่งนักวิจัยพบว่าเปลวไฟที่รุนแรงจะเกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ทุก 20 ล้านปี หรือว่ามากกว่านั้น และก็ดูเหมือนกับว่าโลกของเรากำลังจะถึงกำหนดการทำความสะอาด และแม้ว่านักวิจัยจะให้อัตราต่อผลกระทบที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกสูญพันธ์เพียงแค่ 1ใน 1,000 เท่านั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่เราจะค้องกังวลอะไร

แต่โอกาสของผลกระทบที่จะทำลายความสามารถและศักยภาพทางด้านไฟฟ้า และเทคโนโลยีของเรานั้นอยู่ที่ 1ใน 8 ซึ่งดูเหมือนกับว่าสิ่งนี้จะทำให้มนุษย์เรากลับเข้าสู่ยุคโบราณอีกครั้งเป็นแน่แท้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเกิดจากเปลาสุริยะหรือไม่เกิด มันก็จะต้องเกิดจากอย่างอื่นอีกเหมือนเดิม  เพราะอันตรายที่อยู่นอกโลกนั้นมีอยู่มากมาย มากเกินกว่าที่เราจะสามารถห้ามไม่ให้มันเกิดขึ้นได้

 

สนับสนุนโดย  dewabet

การบุกรุกของมนุษย์ต่างดาว

โลกของเรานั้นมีสิ่งมีชีวิตต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และยังมีหลายยุคอีกด้วยตั้งแต่โลกของเราได้ถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเมื่อ 4.5 พันล้านปีก่อนซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานมากจริงๆแล้วตั้งแต่ที่เราเกิดมานั้นหลายๆคนคงจะเคยได้ยินเรื่อแงราวเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวไม่มากก็น้อย

หลายคนเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริง และมันก้เคยมาเยือนโลกของเราอีกด้วยแต่บางคนก็ไม่เชื่อว่ามันมีอยู่จริงมันเป็นเพียงที่เอาไว้หลอกเด็กเพียงเท่านั้น แต่เรื่องจริงนั้นเป็นอย่างไรคงจะไม่มีใครรู้สาเหตุหรือเรื่องราวที่แท้จริงว่ามันเป็นอย่างไรกันแน่

ถ้าหากวามนุษย์ต่างดาวนั้นมีอยู่จริงและมันยังต้องการที่จะติดต่อกับโลกของเราเป็นไปได้ว่าประเทศจีน จะเป็นประเทศแรกที่ได้ยินพวกเขาเนื่องจากว่า ประเทศจีนนั้นมีการลงทุนเกี่ยวทางด้านเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ร่วมไปถึงการพยายามอย่างหนักในการติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว

โดยได้มีการสร้างกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อวัตถุประสงค์นี้การค้นหาชีวิตที่วาญฉลาดในห้วงของอวกาศนั้นเป็สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักวิทยาศาสตร์ และนกดาราศาสตร์ หลายคนอย่างไรก็ตามไม่ใช่หลายคนที่คิดว่าการค้นหามนุษย์ต่างดาวนั้น

จะเป็นความคิดที่ดีโดยนักฟิสิกส์ทฤษฏี และนักจักรวารวิทยาชื่อดังอย่าง Stephen Hawking เขาได้กล่าวเอาไว้ว่าการที่เราจะพยายามข้นหา และพยายามติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวนั้น มันน่าจะดีกว่าถ้าเราพยายามที่จะซ้อนตัวจากมนุษย์ต่างดาว Stephen Hawking ได้มีการตั้งสมมติฐานเอาไว้ว่า ด้วยจำนวนของดาวเคราะห์ที่เรารู้ว่ามีอยู่ในเอกภพ จะต้องมีรูปแบบชีวิตทรงปัญญาอื่นๆ

ที่อย่างน้อยบางส่วนก็อาจจะเป็นหน่วยสอดแนมชั้นยอด และด้วยความสามารถทางด้านเทคโนโลยีทางด้านการทหารซึ่ง Stephen Hawking แนะนำว่าถ้ามนุษย์มายังโลกของเราจริงๆ มันคงจะเป็นไปในลักษณะของการเป็นผู้พิชิต มากกว่าการที่จะเป็นพันธมิตรกับเราโดย Stephen Hawking ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าถ้ามนุษย์ต่างดาวมาเยื่อมโลกของเราผลลัพธ์ที่จะออกมานั้น มันจะเหมือนกับที่โคลัมบัสพบทวีปอเมริกา ซึ่งมันไม่ได้เป็นเรื่องที่ดีนักสำหรับชาวอเมริกันพื้นเมือง

สุดท้ายนี้ไม่ว่าประเทศจะสามารถที่จะได้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว  หรือไม่นั้นถ้าจะบอกว่ามันเป็นเรื่องที่เราไม่ควรจะเอามาใส่ใจเลยก็ไม่ได้ เพราะอย่างไรก็ตามถ้าหากว่ามีการติดต่อกันจริงๆแล้วมนุษยืต่างดาวบุกมายังโลกของเรานั้นคงไม่ใช่เคยเรื่องของประเทศจีนเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่นั้นหมายความว่าคน ทั่วโลกจะต้องรวมมือกันที่จะกำจัดผู้บุกรุกนี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  v9bet

ข้อเท็จ จริงที่คุณไม่เคยรู้เกี่ยวกับดวงจันทร์

สุภาษิตของชาวอิตาลีได้กล่าวไว้ว่า  หากว่าดวงอาทิตย์ยังส่องแสงใส่ฉัน ฉันก็จะไม่ไยดีต่ดวงจันทร์มันชั่งเป็นคำที่ฟังดุแล้วเป็นคำเย่อหยิ่งเหมือนดั่งว่าดาวบริวานของโลกนั้นไม่มีค่าพอที่จะชายตามอง

แต่เดี๋ยวมนุษย์เราก็ได้ขึ้นไปเยียบบนดวงจันทร์มาแล้วตอนนี้ก็เหลือแค่เพียงดวงอาทิตย์เอาเป็นว่าเราจะมาเล่าแบ่งปันข้อเท็จจริงที่หน้าสนใจเกี่ยวกับดวงจันทร์ให้ณุ้แล้วกันมันอาจจะทำให้คุณเปลี่ยนความคิดจากดวงจันทร์ไปเลยก็ได้

(1) ดวงจันทร์นั้นเกิดจากการชนกันในอวกาศ  นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันเกิดขึ้นจากเศษหินของโลกชนเข้ากับวัสถุอวกาศซึ่งมันมีขนาดใหญ่เท่ากับดาวอังคารหลังจากที่พวกมันโคจรมาชนกัน

(2) รูปทรงของดวงจันทร์นั้น  มันไม่ใช่ทรงกลมอย่างที่เรานั้นได้เข้าใจกันมันมีรูปร่างค่อนข้างที่จะเหมือนไข่เพราะแรงดึงดูดของโลกนั่นเอง

(3)  ดวงจันทร์เปนดวงบริวานที่ไกล้  ดวงอาทิตย์มากที่สุดเนื่องจากดาวพุธกับดาวศุกร์ที่ไกล้มากกว่าโลกนั้นไม่มีดวงบริวาน

(4)  ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลางเฉลี่ย2,159ไมล์ดวงวจันทร์ของเราเป็นดาวที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่5 ในระบบสุริยะตามหลังของดาวบริวานพฤหัสบดี แกนีมีด คาลลิสโต และ โล กับดาวบริวานดาวเสาร์ไททัน

(5)  พวกเราสามารถพบกับสุริยุปราคาได้อยู่บ่อยๆแต่จันทรุปราคา  จะเกิดขึ้นสักครั้งในหลายร้อยปี

(6)  ดวงจันทร์มันอาจจะดูเหมือนจะมีขนาดเท่ากับดวงอาทิตย์แต่ที่จริงแล้วดวงอาทิตย์ของเรามีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ ถึง 400เท่า และที่หน้าทึ่งไปกว่านั้นคือ มันอยู่ไกลกว่าดวงจันทร์ถึง 400เท่าด้วยนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม่พวกมันดูเหมือนขนาดที่มีเท่าๆกันเมื่อมองขึ้นไปจากมุมโลก

(7)  ถึงแม้ว่าดวงจันทร์อาจจะดูสว่างมากความสามารถในการสะท้อนแสงของมันนั้นน้อยกว่าโลกถึง 3 เท่า นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาจะต้องใช้เทคโนโลยีเพิ่มแสงสว่างของดวงจันทร์เมื่อนำมารวมอยู่บนรูปถ่ายพร้อมกับโลก

(8) เราต้องมีดวงจันทร์ถึงประมาณ 300000 ดวงเพื่อที่จะสร้างแสงสว่างในกลางคืนให้เท่ากับแสงสว่างในตอนบ่ายแถม260000 ดวงจากจำนวนที่กล่าวนั้นจะตองเป็นพระจันทร์ที่เต็มดวงอีกด้วย

(9)  ดวงจันทร์ออกห่างจากโลกของเรา 1.5นิ้วทุกๆปี  ซึ่งจริงๆแล้วครั้งแรกดวงจันทร์นั้นอยู่ห่างจากดลกเพียง 1,4000ไมล์ แต่ตอนนี้มันอยู่ห่างถึง 250,000ไมล์ในอีกประมาณ600ล้านข้างหน้าขนาดที่เรามองเห็นจากบนโลกนั้นจะเล็กจนไม่มีจันทรุปราคาอีกต่อไปแต่ใครจะไปอยู่ถึงตอนนั้นล่ะจริงไหม

(10)  ดวงจันทร์ทำให้เกิดปรากฏการณ์ น้ำขึ้นน้ำลงเพราะแรงดึงดูดของดวงจันทร์นั้นมีอิทธิพลต่อมหามหาสมุทรและน้ำจะขึ้นสูงสุดเมื่อวันที่พระจันทร์นั้นเต็มดวงและพระจันทร์ดับ

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777