อิตาลี กับโรคร้ายที่ไม่ทันตั้งตัว

อิตาลี กับสถานการณ์ล่าสุดของไข้โควิด 19 ที่มีผลกระทบต่อประเทศอิตาลีอย่างรุนแรง เพราะสถานการณ์ล่าสุด อิตาลีได้กลายเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 มากเป็นอันดับสองรองจากประเทศจีนไปแล้ว ซึ่งมีการตั้งคำถามหลายๆคำถามจากนักวิจัยและแพทย์ทั่วโลกว่าเป็นไปได้อย่างไร

เพราะหากดูจากข้อมูลแล้วนั้น อิตาลี มีคนติดเชื้อโควิดนี้ หลังจากประเทศอื่นๆในยุโรปเสียด้วยซ้ำ แต่กลับกลายเป็นว่าสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและมีผู้ป่วยมากเป็นอันสอง ซึ่งสาเหตุที่คนส่วนใหญ่และองค์การอนามัยโลก รวมถึงนักวิจัยและหมอทั่วโลกต่างให้เหตุผลกันว่า ทางประเทศอิตาลีนั้นพบคนติดเชื้อเป็นคนแรกในช่วงปลายเดือนมกราคม ซึ่งคนนั้นไม่เคยเดินทางออกนอกประเทศเสียด้วยซ้ำ และประเทศอิตาลีนั้น ก็เป็นประเทศแรกของยุโรปที่มีการสั่งแบนไม่ให้เที่ยวบินจากประเทศจีน

ลงจอดที่ประเทศอิตาลีเสียด้วยซ้ำ แต่แนวโน้มมีความเป็นไปได้ว่าในช่วงที่ประเทศอิตาลี ยังไม่ได้ตั้งรับและคุมเข้มกับโรคนี้

อาจจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นที่ไม่ใช่ประเทศจีนเดินทางเข้ามาในอิตาลี และตอนนี้อาจจะเดินทางออกไปแล้ว ส่วนเชื้อโรคนั้นได้เริ่มแพร่กระจายหลังจากนั้น และจากสถิติคำนวณประชากรของประเทศนั้น ประเทศอิตาลี เป็นประเทศที่มีประชากรสูงวัยมากเป็นอันดับสองของโลก รองจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหากดูจากจำนวนของผู้เสียชีวิตล่าสุดในประเทศอิตาลีนั้น ส่วนใหญ่ของจะเป็นคนสูงวัยทั้งนั้น และด้วยพฤติกรรมของคนอิตาลีนั้น โดยส่วนใหญ่ก็มักจะทักทายทำความรู้จัก

หรือทักทายเมื่อเจอกันด้วยการสัมผัสทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการจับมือ สวมกอด หรือเอาแก้มชนแก้ม นั่นจึงเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีการติดไข้หรือติดเชื้อและแพร่กระจายกันได้โดยง่ายและรวดเร็วขึ้น อีกทั้งคนอิตาลีเองนั้น มักจะมีวัฒนธรรมการทำกิจกรรมการแจ้ง ออกมาพบปะนั่งพุดคุยกัน หรือทำกิจกรรมกันตามสวนสาธารณะ มากกว่าคนประเทศอื่นๆ จึงทำให้เป็นอีกช่องทางในการแพร่กระจายที่รวดเร็ว ซึ่งจากสาเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ปัจจุบันรัฐบาลอิตาลี กำลังระดมสมองและหาวิธีการแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง

และเริ่มกักบริเวณเข้าออกกันในแต่ละเมืองของประเทศตัวเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และไม่อนุญาตให้คนเดินทางหรือออกนอกประเทศได้ เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่ระบาดโลกนี้อีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะต้องกินเวลากันเป็นเดือน กว่าสถานการณ์จะปรกติ เพราะตัวเลขการติดเชื้อในแต่ละวันนั้น อิตาลี มีอัตราค่าเฉลี่ยที่สูงกว่าประเทศอื่นๆ ทุกๆวัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่หลังจากทุกอย่างกลับมาเป็นปรกติ เศรษฐกิจของอิตาลีที่แย่ในปัจจุบัน อาจจะดิ่งลงและแย่เหมือนประเทศไทยก็เป็นได้

 

สนับสนุนมาจาก  BK8

ประเทศอิหร่านจะเปิดตัวดาวเทียมสำรวจ Zafar

ประเทศอิหร่านจะเปิดตัวดาวเทียมสำรวจ Zafar เพื่อศึกษาแผ่นดินไหวและก็การเกษตรพร้อมย้ำใช้เพื่อสันติ

หน่วยงานอวกาศแห่งชาติของประเทศอิหร่านพูดว่าจะเปิดตัวดาวเทียมสำรวจดวงปัจจุบันของประเทศที่ชื่อว่า Zafar ซึ่งได้เริ่มพัฒนาเมื่อสามปีก่อน แล้วก็จะถูกปล่อยโดยจรวด Simorgh เหนือผืนโลกในระยะ 329 ไมล์ (529.47 กิโลเมตร) ที่ทำวงโครจร 15 รอบต่อวัน แล้วก็มีเป้าหมายสำหรับในการถ่ายจัดเก็บภาพเพื่อใช้สำหรับเพื่อการเรียนรู้ภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้วก็การเกษตร (แต่ว่าจะใช้ทางด้านการทหารด้วยหรือเปล่านั้น ยังไม่มีการเปิดเผย ขออย่าคิดกันไปไกล)

Morteza Berari หัวหน้าหน่วยงานอวกาศแห่งชาติของประเทศอิหร่านพูดว่าดาวเทียมถูกออกแบบดีไซน์มาให้ปฏิบัติงานได้เป็นเวลานานกว่า 18 เดือน อย่างไรก็ดีหน่วยงานอวกาศหวังว่าจะสร้างดาวเทียมอีก 5 ดวงก่อนเดือนมีนาคม 2021 แต่ว่าที่แน่นอนยังไม่มีการกำหนดที่เด่นชัดว่าจะปลดปล่อยดาวเทียมวันเวลาไหน

บางประเทศในตะวันตกเคยแสดงความรู้สึกไม่ค่อยสบายใจต่อโครงงานดาวเทียมดวงที่ผ่านมาของประเทศอิหร่าน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเดือนมกราคม 2019 การเปิดตัวดาวเทียม Payam ของกรุงเตหะราน ซึ่งวางแบบมาเพื่อวิเคราะห์ความเคลื่อนไหวด้านสภาพแวดล้อม แต่ว่าได้มีคำตักเตือนจากสหรัฐดักหน้าไว้ว่ามันเป็นการยั่วยุ

อย่างไรก็แล้วแต่ Berari หัวหน้าหน่วยงานอวกาศของประเทศอิหร่านกล่าวเพิ่มเติมอีกว่าคือการใช้พื้นที่อวกาศอย่างสันติภาพ รวมทั้งกล่าวเสริมว่ากิจกรรมทั้งสิ้นของพวกเราในอาณาเขตบนอวกาศนั้นมีความโปร่งใส

ความแตกแยกขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับประเทศอิหร่านได้ปะะทุขึ้นอย่างดุดันในปี 2019 จนกระทั่งต้นปี 2020 เริ่มจาก 12 เดือนพฤษภาคม เรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของซาอุดีอาระเบียผู้สนับสนุนของสหรัฐถูกจู่โจม ต่อมา 20 เดือนมิถุนายน ประเทศอิหร่านยิงมิสไซล์สอยโดรนสอดแนม RQ-4 Global Hawk ของสหรัฐร่วงโดยบอกเหตุผลว่าบินละเมิดน่านฟ้า ต่อมา 21 เดือนมิถุนายน ทรัมป์ได้สั่งยิงโต้กลับประเทศอิหร่านแต่เปลี่ยนความคิดในนาทีท้ายที่สุด และก็ 3 เดือนมกราคม สหรัฐใช้โดรน Q-9 reaper ยิงสังหารนายพล Qassem Soleimani สมัยก่อนผู้บังคับบัญชากองกำลังคุดส์ของประเทศอิหร่าน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวในขณะนี้ประเทศอิหร่านออกมาประกาศว่าจะปล่อยดาวเทียมสู่อวกาศ ซึ่งแม้ว่าจะอธิบายว่าใช้อย่างสันติภาพ แต่งานนี้เชื่อว่าฝั่งตรงข้ามของประเทศอิหร่านก็อาจยังคลุมเคลือแล้วก็คงจะมีการเคลื่อนไหวให้พวกเราได้ติดตามกัน (ไม่อยากที่จะให้ทะเลาะกันอีก ในช่วงเวลานั้นเพียงแค่เชื้อไวรัสโคโรนาก็พอเพียงแล้ว)

อย่างไรก็ตามเราควรติดตามข่าวสารเหล่านี้ไว้เพื่อเป็นความรู้ในอีกแง่มุมหนึ่ง โดยไม่ว่าจะเป็นข่าวสารที่เป็นความรู้ด้านใดก็ตามเราสามารถที่จะรับรู้เรื่องราวได้ โดยมีความคิดว่าหากเราทันข่างเหล่านี้ได้เราก็จะเป็นคนที่ค่อนข้างที่จะรู้ทุกเรื่องหรือเป็นคนฉลาดที่ตามข่าวสารได้ทันนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

การศึกษากับการแบ่งแยก ปัญหาใหญ่สำหรับเด็ก

 ในปัจจุบันโรงเรียนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะโรงเรียนในเขตกรุงเทพ มักจะต้องมีการให้เด็กสอบคัดเลือกเข้าเรียน ซึ่งการสอบเข้าเรียนนี้ในสมัยก่อนโรงเรียนที่จะเปิดให้นักเรียนสอบเข้าเพื่อให้โรงเรียนคัดเด็กที่มีความรู้ความสามารถมาเข้าเรียนที่โรงเรียนของตนนั้นจะเป็นโรงเรียนระดับมัธยมและมหาวิยาลัย 

แต่ในปัจจุบันนี้ไม่ได้มีเฉพาะโรงเรียนระดับชั้นมัธยมและมหาวิทยาลัยแล้วเท่านั้น

ที่จะต้องสอบเข้าเพราะเด็กนักเรียนที่จะต้องเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล ถ้าพ่อกับแม่อยากให้ลูกเข้าโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ก็ต้องพาลูกหลานของตอนมาสอบคัดตัวก่อน หากไม่มีความสามารถมากพอก็จะไม่สามารถเข้าเรียนที่โรงเรียนที่พ่อแม่หวังเอาไว้ได้ เมื่อก่อนเด็กที่จะเรียนอนุบาลมักไม่ต้องมีความรู้อะไร

เพราะจะไปรับความรู้จากที่โรงเรียนแทน แต่ในปัจจุบันเด็กจะต้องมีความรู้เบื้องต้น เช่นการนับเลข การบอกสีได้ การอ่านได้บ้าง โรงเรียนอนุบาลจะคัดเด็กเข้าเรียนโรงเรียนของตนเองจากข้อมูลเหล่านี้  และในปัจจุบันนี้การแข่งขันในการสอบเพื่อให้ตนเองเข้าเรียนในโรงเรียนดังนั้นมีความยากมากยิ่งขึ้นโดยในตอนนี้ โรงเรียนที่มีชื่อเสียงเกือบทุกโรงเรียนจะให้เด็กมาสอบแข่งขัน

และหากใครมีคะแนนสูงตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนดก็จะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนั้นซึ่งนั่นหมายถึงโรงเรียนเหล่านั้นก็จะมีแต่เด็กที่เก่งเก่ง ส่วนโรงเรียนอื่นอื่นก็จะได้แต่เด็กที่ไม่ค่อยเก่งไป ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการปิดโอกาสไม่ให้เด็กที่เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่งได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงได้เลย และถือว่ากระทำแบบนี้ถือว่าเป็นการแบ่งแยกชนชั้นให้กับเด็กเลยทีเดียว

และสิ่งที่จะตามมาคือเด็กเก่งก็จะเกาะกลุ่มกันเฉพาะเด็กเก่งและเด็กที่เรียนไม่เก่งก็จะอยู่ด้วยกัน ซึ่งถือว่าจะกลายเป็นสองมาตรฐานทางการเรียนเลยทีเดียวทั้งเด็กและโรงเรียน เพราะโรงเรียนไหนที่มีแต่เด็กเก่งเก่งผู้ปกครองก็อยากจะมาพาเด็กเข้าเรียน และต่างก็มีแต่คนชื่นชม

ส่วนโรงเรียนไหนที่เป็นศูนย์รวมของเด็กเรียนไม่เก่งก็จะไม่มีคนพูดถึง และโรงเรียนแห่งนั้นก็จะไม่สามารถพัฒนากลายมาเป็นโรงเรียนที่มีเด็กเก่งได้ ทางที่ดี

การเลือกให้เด็กเข้าโรงเรียนควรมีการรับทั้งเด็กที่เรียนเก่งและเด็กที่เรียนไม่เก่งคละเคล้ากันไป เพื่อให้เด็กเรียนเก่งจะได้สอนเพื่อนที่เรียนไม่เก่งให้มีความรู้ไปพร้อมพร้อมกันได้  เด็กบางคนอาจจะเรียนไม่เก่งแต่เขาก็มีความสามารถด้านอื่นอื่น ดังนั้นการที่เรานำเด็กหลากหลายมาเรียนรวมกันแทนที่จะให้เฉพาะเด็กที่เก่งเท่านั้นมาอยู่ร่วมกัน จะช่วยให้เด็กเด็กได้มีการแชร์ความรู้ความสามารถเฉพาะด้านของตนเองมาสอนเพื่อนได้

นโยบายกระตุ้นการศึกษาของรัฐ

นโยบายกระตุ้นการศึกษาของรัฐ เพิ่มเวลาให้เรียนรู้แล้วลดเวลาเรียนหนังสือลง

     ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อนที่ทางรัฐบาลได้ออกมาประกาศ นโยบายการศึกษารูปแบบใหม่ให้กับเด็กนักเรียนนั่นก็คือ ให้ลดชั่วโมงการเรียนลง เพื่อที่เด็กเด็กจะได้มีเวลาไปเรียนรู้กิจกรรมนอกห้องเรียนให้มากยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลเล็งเห็นว่าการที่เด็กจะเรียนรู้ และหาความรู้แต่ในตำราเรียนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง เพราะเด็กหลายคนเก่งแต่ในตำราเรียนแต่เมื่อต้องออกมาเจอกับสถานการณ์จริงจริงมาใช้ชีวิตจริงจริงพวกเขาเหล่านั้นกลับไม่สามารถ ช่วยเหลือตัวเอง หรือแก้ไขปัญหาต่างต่างได้ 

โดยทางรัฐบาลเล็งเห็นว่าการเรียนของเด็กยุคใหม่ ควรเน้นให้เรียนเพื่อสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตจริงทีสามารถ วิเคราะห์ และแก้ไขปัญหา สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นและพัฒนาความรู้ความสามารถให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้ ซึ่งความคิดของนโยบายนี้นั้น หวังเอาไว้ว่าทำอย่างไรที่จะให้เด็กเด็กมีความสุขกับการเรียน

ดังนั้นการเรียนแบบใหม่สำหรับโรงเรียนทั้งหลายนั้นมักจะมีการเปิดสอนตามตำราเรียน ควบคู่ไปกับการการเรียนแบบลงมือปฏิบัติจริงด้วย เช่นในปัจจุบันจะมีหลักสูตร ให้เด็กนักเรียนทำสวน ปลูกผักดูแลรดน้ำผักเอง และนำผักที่เด็กปลูกมาทำอาหารให้เด็กได้กินรวมถึง สอนให้เด็กเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่แล้วนำปลาและไข่ไก่ มาทำอาหารกลางวันเลี้ยงเด็ก

ซึ่งวิธีการสอนแบบนี้จะช่วยให้เด็กทำเป็นแทนที่จะสอนแค่ให้เด็กอ่านในตำราว่าการเลี้ยงไก่ ปลูกผักทำอย่างไร ก็นำมาให้เด็กลงมือทำเองจริงๆ

ซึ่งการเรียนแบบนี้นอกจากเด็กจะไม่ต้องคร่ำเคร่งกับตำราเรียนมากเกินไปแล้ว ยังสร้างความสนุกสนาน และความสามัคคีกันของเด็กที่จะต้องร่วมมือช่วยกันทำกิจกรรมนี้ให้ผ่านไปให้ได้  รวมถึงปัจจุบันทางโรงเรียนส่วนใหญ่ เริ่มมีการสอนทำอาหารซึ่งเด็กจะมีส่วนร่วมในการทำอาหารอย่างง่ายง่าย เพื่อเป็นการดึงความสนใจให้เด็กเด็ก สนใจเรียนมายิ่งขึ้น

เพราะหากเรียนแค่ในตำราเรียนอย่างเดียว เด็กอาจจะเบื่อและอยากเรียนได้ และที่สำคัญการที่อ่านอย่างเดียวไม่ได้ลงมือทำ เมื่อถึงเวลาจะทำเองจริงจริงไม่ได้ ดังนั้น การศึกษาในยุคใหม่ควรมีการลงมือทำจริงควบคู่กันไปกับการเรียนจากตำรา

      ซึ่งนโยบายการศึกษา ที่ให้เพิ่มกิจกรรมให้เด็กทำมากขึ้นนั้นส่งผลให้เด็กมีความสุขกับการเรียนมากยิ่งขึ้นเพราะไม่ต้องมัวแต่คร่ำเคร่งกับตำรามากนัก เด็กสามารถนำข้อมูลจากในหนังสือเรียนมา ปฏิบัติในชีวิตจริงได้ อย่างการทำอาหารอย่างง่ายง่ายกินเอง เช่นการทำแซนวิส  หรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ ปลูกผักที่บ้าน

เรียนเพื่ออะไร ?

เคยมีคำถามในใจเกิดขึ้นมาบ้างไหมว่า ทุกวันนี้เราเรียนหนังสือไปทำไม เรียนเพื่ออะไร ทำไมต้องเรียน

ทั้งที่ในสมัยก่อน รุ่นทวด รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่น ตาหรือแม้แต่รุ่นยาย ก็ไม่ค่อยมีใครได้เรียนหนังสือกันมากนัก แต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่กันได้จนแก่ มีกินมีใช้สามารถเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้ตั้งมากมาย โดยที่พวกเขาเหล่านั้นแทบไม่ได้เรียนหนังสือเลย  หากเป็นในสมัยก่อนเราคงตอบได้ว่าเรียนเพื่อให้เกิดความรู้ ให้สามารถมีความคิดเท่าทันคนอื่น เพื่อไม่ให้ตัวเราถูกคนอื่นหลอกลวงได้ง่าย

แต่สำหรับปัจจุบันคำตอบไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว ปัจจุบันการเรียนนั้น เราเรียนเพื่อให้ตัวเราเองประสบกับความสำเร็จในชีวิต มีอนาคตที่สดใส และมีงานการที่ดีทำไม่ต้องลำบาก

ในสมัยก่อนการทำมาหากินไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ เพราะการใช้ชีวิตอยู่ของคนสมัยก่อนเน้นการใช้ชีวิตแบบพอเพียง เช้าออกทำสวน ทำไร่ ทำนา ตกเย็นกลับบ้านพักผ่อนนอน ตื่นเข้ามาไปทำงานต่อ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุข ไม่ต้องดิ้นรนอะไรแล้ว

แต่สำหรับปัจจุบันนั้นไม่สามารถทำแบบนี้ได้แล้ว ปัจจุบันเงินเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในชีวิตของคนทุกคน และการที่จะหาเงินมาให้ได้มากนั้นต้องมีความรู้และความสามารถซึ่งความรู้และความสามารถนอกจากจะต้องฝึกฝนด้วยตนเองแล้วก็ยังต้องพึ่งพาการเรียนการสอนจากโรงเรียน ครูบาอาจารย์ และจากสถาบันกวดวิชาต่างต่างอีกด้วย เมื่อเรามีความรู้ เราสามารถพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าไปได้มาก และเรายังสามารถนำความรู้ที่เรามีอยู่มาพัฒนาสังคมและชุมชน ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย 

ในปัจจุบันการที่เราเรียนหนังสือนั้นนอกจากจะต้องการให้ตัวเองมีความฉลาด มีความรู้แล้วเรายังต้องการการยอมรับจากคนในครอบครัวและคนอื่นอื่นในสังคม เพราะการเรียนจบในสถาบันที่ดี ย่อมเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เราเป็นที่ยกย่องทั้งจากคนภายในบ้าน พ่อแม่ปู่ย่าตายาย จะดีใจที่เห็นลูกหลานได้เรียนจบจากโรงเรียนที่ดี มีงานทำที่มั่นคง

และคนภายนอกก็จะยกย่องยอมรับในความสามารถของเรา สำหรับเด็กไทยในตอนนี้ไม่ได้มองว่าการเรียนก็แค่เรียนไปอย่างนั้นเอง เรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียนอีกแล้ว แต่เด็กเด็กต่างก็รู้แล้วว่าการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้หากไม่มีความรู้ ไม่ได้เรียนหนังสือจะไม่มีทางที่จะประสบกับความสำเร็จอย่างที่ใจหวังไว้ได้เลย

หากอยากมีเงินมีงานทำทีดี มีคนยกย่อง นับหน้าถือตาต้องเรียนหนังสือให้เก่งแล้วชีวิตจะประสบกับความสำเร็จ นี่คือนิยมสำหรับการเรียนหนังสือของเด็กไทยในตอนนี้

การศึกษาของเด็กไทย เรียนพิเศษกันเยอะขึ้น

ปัจจุบันสภาวะทางสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนไปแล้ว

และมีแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากทั้งเรื่องของเศรษฐกิจทีตอนนี้ตกต่ำเต็มทีและยังส่งผลต่อไปยังวิถีความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหลาย  ส่งผลให้พ่อแม่ทั้งหลายต่างก็ต้องการเห็นอนาคตของลูกตัวเองสดใส ดังนั้นพ่อแม่หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ลูกเรียนพิเศษกันมากขึ้น เพราะหลายคนมองว่าสำหรับเรื่องการศึกษาตอนนี้มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง

หากต้องการให้ลูกหรือแม้แต่บุตรหลานได้เข้าเรียนที่โรงเรียนดีดี มีชื่อเสียงให้ได้ การที่เด็กเรียนเฉพาะในห้องเรียนนั้นจะไม่สามารถช่วยเหลือให้เด็กได้เข้าเรียนโรงเรียนดีดีได้แล้ว ดังนั้นเรามักจะเห็นว่าตามห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะมีชั้นหนึ่งที่เปิดสำหรับให้โรงเรียนกวดวิชาต่างต่างมาเช่าพื้นที่

เพื่อทำเป็นสถานบันเรียนพิเศษเพื่อเปิดสอนให้เด็กได้เรียนเสริมหลังเลิกเรียน และวันหยุดในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ ยกตัวอย่างห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ซึ่งจะมีเปิดชั้น 7,  ชั้น 8 , ชั้น 9 และชั้น 11 สำหรับเป็นชั้นให้เด็กได้มาเรียนพิเศษ

ทั้งนี้หากใครที่เคยไปไปเดินที่ห้างเซ็นทรัลคงจะหาเห็นว่าชั้นที่ 7-9 นั้นจะมีเด็กและผู้ปกครองเยอะมากทั้งในช่วงวันจันทร์-วันศุกร์โดยจะเริ่มมีเด็กมาเรียนช่วงประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไปส่วนเสาร์อาทิตย์ เด็กจะมาเรียนกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึง 20.00 กันเลยทีเดียว ทำให้เรามักจะเห็นสถานที่ที่เปิดเป็นสถานที่ให้เด็กเล่นมีเด็กมาเล่นกันน้อยลง

ปัจจุบันการเรียนของเด็กเด็กไม่ได้มีเรียนพิเศษเฉพาะที่ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้นแม้แต่ที่โรงเรียนเอง หลังเลิกเรียนบางโรงเรียนก็เปิดให้คุณครูรับจ๊อบด้วยการสอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี เพราะจะไม่ได้ไม่ต้องรีบมารับลูกเร็วมากนัก

และระหว่างที่เด็กรอที่จะให้พ่อกับแม่มารับที่โรงเรียนนั้นจะได้เพิ่มพูนความรู้เข้าไปด้วย ดีกว่าให้เด็กเด็กวิ่งเล่น

 ทั้งนี้จึงกล่าวได้ว่าในยุคนี้ เป็นยุคที่เด็กเด็กจะมีอิสระในการเล่นลดน้อยลง และกลายเป็นว่ายุคนี้เป็นยุคที่เด็กต้องเรียนพิเศษกันมากขึ้น เด็กบางคนที่พ่อแม่มีกำลังทรัพย์และต้องการให้ลูกเข้าโรงเรียนดังดังและมีชื่อเสียงมักจะส่งบุตรหลานเรียนพิเศษกันตั้งแต่อนุบาลเลยทีเดียว

ทำให้ตอนนี้สถานบันกวดวิชา หรือตามโรงเรียนที่รับสอบพิเศษกลายมาเป็นสถานเด็กเล่นให้กับเด็กเด็กแทนแล้ว ซึ่งการที่เด็กเรียนพิเศษหรือเรียนกวดวิชาในตอนเย็นเพิ่ม เป็นสิ่งที่พ่อแม่คิดว่านี่ทางที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของบุตรหลานของตัวเอง

การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศของเราเจริญขึ้นมาได้

สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความหมายคำพูดเหล่านี้เพราะเนื่องมาจากว่าด้วยการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการดำเนินชีวิต มีคนกล่าววไว้ว่าชีวิตจะดีหรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการศึกษาของแต่ละบุคคล เนื่องจากการศึกษาเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราทุกคนได้จริงเสมอ เพราะจากคนโง่เขลาแล้วนั้นหากมีการศึกษาจะสามารถทำให้พวกเขาฉลาดขึ้นมาก สำหรับการศึกษามันสามารถทำให้คนเรานั้นเอาตัวรอจากสิ่งที่ไม่ดีต่างๆได้นะ

เราจะเห็นได้ว่าการศึกษานั้นสามารถทำให้คนเรารู้จักผิดชอบชั่วดีขึ้นมาได้ เพราะพวกเขาจะมีจิตใต้สำนึกที่เป็นคนรู้จักบาปบุญคุณโทษทั้งหลาย พวกเขาจะตะหนักถึงสิ่งที่ไม่ดีหันตัวเองมาคิดดีทำดีได้นั่นเอง และความคิดของเขานั้นจะผลันเปลี่ยนจากคนที่เคยฐานะยากจนกลับกลายเป็นคนรวยได้เพราะความฉลาดของตนเอง จะเห็นได้ว่าการศึกษามันสามารถช่วยให้คนดิบถ่อยนั้นได้กลับกลายมาเป็นคนที่ดีมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นมานั่นเอง

สำหรับคนมีการศึกษานั้นจะต้องบอกว่าพวกเขาไม่อาจจะอยู่คนเดียวหรือโดดเดี่ยวได้ เพราะสังคมของเราต้องการบุคคลที่มีการศึกษาด้วยกันทั้งนั้น ประเภทที่มีความคิดดีทำดี ไม่เอาเปรียบผู้อื่นแล้วพวกมีการศึกษาเหล่านั้นก็ไม่ชอบใช้อารมณ์เหมือนพวกไม่มีการศึกษาอีกด้วย ดังนั้นทำให้การศึกษาเรียกได้ว่าเป็นตัวที่สะท้อนเรื่องราวเกี่วกับสังคมได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้สังคมที่เราเจอนั้นเป็นอย่างไร

การศึกษาล้วนมีผลด้วยกันทั้งสิ้น หากคุณนั้นอยู่กับบุคคลที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานทำมาหากินเท่ากับว่าคุณอยู่กับพวกมีการศึกษา เพราะบุคคลที่ไม่ชอบทำงานทำการนั้นมักจะไม่มีการศึกษาแม้แต่น้อย เพราะพวกเขานั้นจะคิดไม่ได้อย่างพวกที่มีการศึกษานั่นเอง แต่พวกมีการศึกษากับพวกที่ขยันหรือรักดีก็จะคล้ายๆกันนะ แต่ไม่เหมือนกันสะทีเดียว เพราะบุคคลพวกนี้ล้วนแล้วแต่ขยัน แต่ขาดซึ่งความรู้ความสามารถเพราะถ้าคนที่มีการศุกษาเหล่านั้พวกเขาจะคิดออกว่าควรจะทำอย่างไร อย่างเช่นงานจะวางรูปแบบไปทางไหน แต่สำหรับคนขยันนั้นจะเป็นรองเสมอเพราะตนนั้นไม่สามรรถเป็นผู้นำของคนอื่นได้นั่นเอง

เราจะเห้นได้ว่าการศึกษาเหล่านั้นเป็นดังหุ้นส่วนของชีวิต ซึ่งการดำเนินชีวตเหล่านั้นก็เป็นตัวที่เปรียบเหมือนกับตัวสะท้อนของสังคมเลยแหละ เราจะเห็นได้ว่าบางคนล้วนไม่มีความคิดที่จะหางานดีๆให้แก่ตนเอง เพราะไม่มีความรู้นั่นเอง จึงไม่สามารถวางรากฐานให้แก่ตนเองได้สิ่งที่เขาทำได้นั้นก็คือการเป็นผู้ตามเพียงเท่านั้น