เรียนเพื่ออะไร ?

เคยมีคำถามในใจเกิดขึ้นมาบ้างไหมว่า ทุกวันนี้เราเรียนหนังสือไปทำไม เรียนเพื่ออะไร ทำไมต้องเรียน

ทั้งที่ในสมัยก่อน รุ่นทวด รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่น ตาหรือแม้แต่รุ่นยาย ก็ไม่ค่อยมีใครได้เรียนหนังสือกันมากนัก แต่ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่กันได้จนแก่ มีกินมีใช้สามารถเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานได้ตั้งมากมาย โดยที่พวกเขาเหล่านั้นแทบไม่ได้เรียนหนังสือเลย  หากเป็นในสมัยก่อนเราคงตอบได้ว่าเรียนเพื่อให้เกิดความรู้ ให้สามารถมีความคิดเท่าทันคนอื่น เพื่อไม่ให้ตัวเราถูกคนอื่นหลอกลวงได้ง่าย

แต่สำหรับปัจจุบันคำตอบไม่ได้เป็นเช่นนั้นอีกแล้ว ปัจจุบันการเรียนนั้น เราเรียนเพื่อให้ตัวเราเองประสบกับความสำเร็จในชีวิต มีอนาคตที่สดใส และมีงานการที่ดีทำไม่ต้องลำบาก

ในสมัยก่อนการทำมาหากินไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ เพราะการใช้ชีวิตอยู่ของคนสมัยก่อนเน้นการใช้ชีวิตแบบพอเพียง เช้าออกทำสวน ทำไร่ ทำนา ตกเย็นกลับบ้านพักผ่อนนอน ตื่นเข้ามาไปทำงานต่อ แค่นี้ชีวิตก็มีความสุข ไม่ต้องดิ้นรนอะไรแล้ว

แต่สำหรับปัจจุบันนั้นไม่สามารถทำแบบนี้ได้แล้ว ปัจจุบันเงินเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดในชีวิตของคนทุกคน และการที่จะหาเงินมาให้ได้มากนั้นต้องมีความรู้และความสามารถซึ่งความรู้และความสามารถนอกจากจะต้องฝึกฝนด้วยตนเองแล้วก็ยังต้องพึ่งพาการเรียนการสอนจากโรงเรียน ครูบาอาจารย์ และจากสถาบันกวดวิชาต่างต่างอีกด้วย เมื่อเรามีความรู้ เราสามารถพัฒนาตัวเองให้ก้าวหน้าไปได้มาก และเรายังสามารถนำความรู้ที่เรามีอยู่มาพัฒนาสังคมและชุมชน ให้ดีขึ้นได้อีกด้วย 

ในปัจจุบันการที่เราเรียนหนังสือนั้นนอกจากจะต้องการให้ตัวเองมีความฉลาด มีความรู้แล้วเรายังต้องการการยอมรับจากคนในครอบครัวและคนอื่นอื่นในสังคม เพราะการเรียนจบในสถาบันที่ดี ย่อมเป็นสิ่งที่ส่งเสริมให้เราเป็นที่ยกย่องทั้งจากคนภายในบ้าน พ่อแม่ปู่ย่าตายาย จะดีใจที่เห็นลูกหลานได้เรียนจบจากโรงเรียนที่ดี มีงานทำที่มั่นคง

และคนภายนอกก็จะยกย่องยอมรับในความสามารถของเรา สำหรับเด็กไทยในตอนนี้ไม่ได้มองว่าการเรียนก็แค่เรียนไปอย่างนั้นเอง เรียนเพราะพ่อแม่อยากให้เรียนอีกแล้ว แต่เด็กเด็กต่างก็รู้แล้วว่าการใช้ชีวิตในสังคมปัจจุบันนี้หากไม่มีความรู้ ไม่ได้เรียนหนังสือจะไม่มีทางที่จะประสบกับความสำเร็จอย่างที่ใจหวังไว้ได้เลย

หากอยากมีเงินมีงานทำทีดี มีคนยกย่อง นับหน้าถือตาต้องเรียนหนังสือให้เก่งแล้วชีวิตจะประสบกับความสำเร็จ นี่คือนิยมสำหรับการเรียนหนังสือของเด็กไทยในตอนนี้

การศึกษาของเด็กไทย เรียนพิเศษกันเยอะขึ้น

ปัจจุบันสภาวะทางสังคมไทยได้มีการเปลี่ยนไปแล้ว

และมีแนวโน้มเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเป็นอย่างมากทั้งเรื่องของเศรษฐกิจทีตอนนี้ตกต่ำเต็มทีและยังส่งผลต่อไปยังวิถีความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหลาย  ส่งผลให้พ่อแม่ทั้งหลายต่างก็ต้องการเห็นอนาคตของลูกตัวเองสดใส ดังนั้นพ่อแม่หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจเกี่ยวกับการส่งเสริมให้ลูกเรียนพิเศษกันมากขึ้น เพราะหลายคนมองว่าสำหรับเรื่องการศึกษาตอนนี้มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง

หากต้องการให้ลูกหรือแม้แต่บุตรหลานได้เข้าเรียนที่โรงเรียนดีดี มีชื่อเสียงให้ได้ การที่เด็กเรียนเฉพาะในห้องเรียนนั้นจะไม่สามารถช่วยเหลือให้เด็กได้เข้าเรียนโรงเรียนดีดีได้แล้ว ดังนั้นเรามักจะเห็นว่าตามห้างสรรพสินค้าส่วนใหญ่จะมีชั้นหนึ่งที่เปิดสำหรับให้โรงเรียนกวดวิชาต่างต่างมาเช่าพื้นที่

เพื่อทำเป็นสถานบันเรียนพิเศษเพื่อเปิดสอนให้เด็กได้เรียนเสริมหลังเลิกเรียน และวันหยุดในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ ยกตัวอย่างห้างเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ซึ่งจะมีเปิดชั้น 7,  ชั้น 8 , ชั้น 9 และชั้น 11 สำหรับเป็นชั้นให้เด็กได้มาเรียนพิเศษ

ทั้งนี้หากใครที่เคยไปไปเดินที่ห้างเซ็นทรัลคงจะหาเห็นว่าชั้นที่ 7-9 นั้นจะมีเด็กและผู้ปกครองเยอะมากทั้งในช่วงวันจันทร์-วันศุกร์โดยจะเริ่มมีเด็กมาเรียนช่วงประมาณ 4 โมงเย็นเป็นต้นไปส่วนเสาร์อาทิตย์ เด็กจะมาเรียนกันตั้งแต่ 9 โมงเช้า จนถึง 20.00 กันเลยทีเดียว ทำให้เรามักจะเห็นสถานที่ที่เปิดเป็นสถานที่ให้เด็กเล่นมีเด็กมาเล่นกันน้อยลง

ปัจจุบันการเรียนของเด็กเด็กไม่ได้มีเรียนพิเศษเฉพาะที่ในห้างสรรพสินค้าเท่านั้นแม้แต่ที่โรงเรียนเอง หลังเลิกเรียนบางโรงเรียนก็เปิดให้คุณครูรับจ๊อบด้วยการสอนพิเศษให้กับเด็กนักเรียน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะได้รับการตอบรับจากผู้ปกครองเป็นอย่างดี เพราะจะไม่ได้ไม่ต้องรีบมารับลูกเร็วมากนัก

และระหว่างที่เด็กรอที่จะให้พ่อกับแม่มารับที่โรงเรียนนั้นจะได้เพิ่มพูนความรู้เข้าไปด้วย ดีกว่าให้เด็กเด็กวิ่งเล่น

 ทั้งนี้จึงกล่าวได้ว่าในยุคนี้ เป็นยุคที่เด็กเด็กจะมีอิสระในการเล่นลดน้อยลง และกลายเป็นว่ายุคนี้เป็นยุคที่เด็กต้องเรียนพิเศษกันมากขึ้น เด็กบางคนที่พ่อแม่มีกำลังทรัพย์และต้องการให้ลูกเข้าโรงเรียนดังดังและมีชื่อเสียงมักจะส่งบุตรหลานเรียนพิเศษกันตั้งแต่อนุบาลเลยทีเดียว

ทำให้ตอนนี้สถานบันกวดวิชา หรือตามโรงเรียนที่รับสอบพิเศษกลายมาเป็นสถานเด็กเล่นให้กับเด็กเด็กแทนแล้ว ซึ่งการที่เด็กเรียนพิเศษหรือเรียนกวดวิชาในตอนเย็นเพิ่ม เป็นสิ่งที่พ่อแม่คิดว่านี่ทางที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของบุตรหลานของตัวเอง

การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศของเราเจริญขึ้นมาได้

สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความหมายคำพูดเหล่านี้เพราะเนื่องมาจากว่าด้วยการศึกษานั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการดำเนินชีวิต มีคนกล่าววไว้ว่าชีวิตจะดีหรือไม่นั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการศึกษาของแต่ละบุคคล เนื่องจากการศึกษาเหล่านั้นสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราทุกคนได้จริงเสมอ เพราะจากคนโง่เขลาแล้วนั้นหากมีการศึกษาจะสามารถทำให้พวกเขาฉลาดขึ้นมาก สำหรับการศึกษามันสามารถทำให้คนเรานั้นเอาตัวรอจากสิ่งที่ไม่ดีต่างๆได้นะ

เราจะเห็นได้ว่าการศึกษานั้นสามารถทำให้คนเรารู้จักผิดชอบชั่วดีขึ้นมาได้ เพราะพวกเขาจะมีจิตใต้สำนึกที่เป็นคนรู้จักบาปบุญคุณโทษทั้งหลาย พวกเขาจะตะหนักถึงสิ่งที่ไม่ดีหันตัวเองมาคิดดีทำดีได้นั่นเอง และความคิดของเขานั้นจะผลันเปลี่ยนจากคนที่เคยฐานะยากจนกลับกลายเป็นคนรวยได้เพราะความฉลาดของตนเอง จะเห็นได้ว่าการศึกษามันสามารถช่วยให้คนดิบถ่อยนั้นได้กลับกลายมาเป็นคนที่ดีมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นมานั่นเอง

สำหรับคนมีการศึกษานั้นจะต้องบอกว่าพวกเขาไม่อาจจะอยู่คนเดียวหรือโดดเดี่ยวได้ เพราะสังคมของเราต้องการบุคคลที่มีการศึกษาด้วยกันทั้งนั้น ประเภทที่มีความคิดดีทำดี ไม่เอาเปรียบผู้อื่นแล้วพวกมีการศึกษาเหล่านั้นก็ไม่ชอบใช้อารมณ์เหมือนพวกไม่มีการศึกษาอีกด้วย ดังนั้นทำให้การศึกษาเรียกได้ว่าเป็นตัวที่สะท้อนเรื่องราวเกี่วกับสังคมได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าทุกวันนี้สังคมที่เราเจอนั้นเป็นอย่างไร

การศึกษาล้วนมีผลด้วยกันทั้งสิ้น หากคุณนั้นอยู่กับบุคคลที่ตั้งหน้าตั้งตาทำงานทำมาหากินเท่ากับว่าคุณอยู่กับพวกมีการศึกษา เพราะบุคคลที่ไม่ชอบทำงานทำการนั้นมักจะไม่มีการศึกษาแม้แต่น้อย เพราะพวกเขานั้นจะคิดไม่ได้อย่างพวกที่มีการศึกษานั่นเอง แต่พวกมีการศึกษากับพวกที่ขยันหรือรักดีก็จะคล้ายๆกันนะ แต่ไม่เหมือนกันสะทีเดียว เพราะบุคคลพวกนี้ล้วนแล้วแต่ขยัน แต่ขาดซึ่งความรู้ความสามารถเพราะถ้าคนที่มีการศุกษาเหล่านั้พวกเขาจะคิดออกว่าควรจะทำอย่างไร อย่างเช่นงานจะวางรูปแบบไปทางไหน แต่สำหรับคนขยันนั้นจะเป็นรองเสมอเพราะตนนั้นไม่สามรรถเป็นผู้นำของคนอื่นได้นั่นเอง

เราจะเห้นได้ว่าการศึกษาเหล่านั้นเป็นดังหุ้นส่วนของชีวิต ซึ่งการดำเนินชีวตเหล่านั้นก็เป็นตัวที่เปรียบเหมือนกับตัวสะท้อนของสังคมเลยแหละ เราจะเห็นได้ว่าบางคนล้วนไม่มีความคิดที่จะหางานดีๆให้แก่ตนเอง เพราะไม่มีความรู้นั่นเอง จึงไม่สามารถวางรากฐานให้แก่ตนเองได้สิ่งที่เขาทำได้นั้นก็คือการเป็นผู้ตามเพียงเท่านั้น

การศึกษาไทยยุค 4.0

จากการที่เทคโนโลยี รวมทั้งข่าวสารในโลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนอย่างเร็ว และต่อเนื่อง จึงส่งผลให้เกิดการสร้างสินค้า แล้วก็บริการใหม่ๆที่จะตอบสนองต่อสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนไป ในขณะที่เมืองไทยมีการวางนโยบายไทยแลนด์ 4.0 สำหรับการสร้างสรรค์ และก็ปรับปรุงเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยสิ่งใหม่ เพื่อให้ไทยหลุดจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ก็เลยทำให้ภาครัฐ รวมทั้งภาคเอกชน ต่างปรับพฤติกรรมให้สอดรับกับพลวัต และแนวนโยบายที่เกิดขึ้น

ทั้งนั้น การจะนำพาประเทศไปสู่แผนการที่วางไว้ สิ่งสำคัญคือจำต้องเร่งการพัฒนา แล้วก็เตรียมพร้อมให้กับคนรุ่นหลัง ไม่ว่าจะเกิดเรื่องวิทยาการคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การเขียนรหัส การวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆหรือสะเต็มเรียนรู้ (STEM education) ฯลฯ

เพื่อประเทศมีทรัพยากรมุนษย์ที่มีความถนัด มีคุณภาพสูง พร้อมจะปรับปรุงสิ่งใหม่เทคโนโลยีใหม่ๆสำหรับเพื่อการรองรับการแข่งขันที่เพิ่มสูงมากขึ้นถัดไป

“อักษร เอ็ดดูเคชั่น” ผู้พัฒนาสิ่งใหม่ด้านการศึกษา และดีไซน์กรรมวิธีการเรียนการสอนครบวงจร โดย “ตะวัน เทวอักษร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ก็เลยเปิดเผยถึงเทรนด์การเรียนรู้ไทยในสมัย 4.0 แล้วก็แนวความคิดห้องเรียนที่ดีในสมัยที่เทคโนโลยีมีความเจริญรุ่งเรือง พร้อมกับการเตรียมพร้อมจัดงานประชุมสัมมนาวิชาการรายปี “Aksorn Teaching Forum 2018” ภายใต้แนวความคิด “อนาคตเด็กไทยสร้างได้ ด้วยผู้บริหารแล้วก็อาจารย์มืออาชีพ”

เบื้องต้น “ตะวัน” บอกว่า เพราะว่าเทคโนโลยี ข่าวสารที่มีอยู่มีการเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ ก็เลยทำให้การเล่าเรียนในขณะนี้ควรต้องสร้างรากฐานความชำนาญวิชาความรู้ ความเข้าใจในมิติใหม่ๆให้กับเด็กไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะที่ศตวรรษที่ 21 อีกทั้งความรู้ความเข้าใจสำหรับในการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ การมีความสามารถสำหรับในการติดต่อที่ดี การทำงานร่วมกับคนอื่นๆ ตลอดจนการคิด การสร้างสรรค์ เพื่อทำให้มีการเกิดการพัฒนาของใหม่ในแบบผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ

พวกเรามั่นใจว่าประสิทธิภาพของเด็กนักเรียนเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากกระบวนการเรียนการสอนที่ดี คุณครูปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้อำนวยการศึกษาแลกเปลี่ยนความนึกคิดซึ่งกันและกัน รวมทั้งการมีเนื้อหา และก็สื่อการศึกษาที่ดีที่จะช่วยเสริมให้นักศึกษามีความพร้อมเพรียงสำหรับโลกยุคสมัยใหม่ จนถึงต่อยอดไปสู่การศึกษาตลอดชาติ

ด้วยแนวทางอย่างนี้ ผมเชื่อว่าจะทำให้ห้องเรียนยุคใหม่เกิดขึ้นจริงในทุกสถานที่เรียนทั่วทั้งประเทศไทย หากแม้ในสถานที่เรียนที่ขาดแคลนเรื่องของทรัพยากรนั้น ทำให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ตรงนี้อาจไม่ใช่คำตอบทั้งสิ้น ซึ่งจากประเทศที่ติดอันดับด้านคุณภาพการเรียนรู้ระดับนานาชาตินั้น ตัวเลขการเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้นับว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กนักเรียนมีผลการเล่าเรียนที่ดียิ่งขึ้นหรือแย่ลงเลย เพราะฉะนั้น การเข้าถึงเทคโนโลยีบางทีอาจเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่ง เนื่องจากว่าหัวใจสำคัญเป็นเรื่องการวางแบบกระบวนการเรียนการสอนในห้องเรียนมากยิ่งกว่า