บรรพบุรุษของมมนุษย์โลกเรามันอาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มาดวงดาวอื่นก็เป็นได้?

สำหรับเรื่องของสิ่งที่มีชีวิตคนแรกของโลกหรือเรื่องของมนุษย์เกิดขึ้นมาได้ยังไงแล้วจริงๆแล้วมนุษย์คนเราเป็นมนุษย์ต่างดาวแต่มาอาศัยอยู่บนโลกมนุษย์คือเราจะต้องย้อนความกลับไปเมื่อประมาณ4,600ล้านปีก่อนเลยในช่วงที่โลกของเรานั้นได้เกิดมาในช่วงแรกๆ จะต้องบอกก่อนแบบนี้ว่าดลกของเราในช่วงแรกมันจะเป็นเพียงแค่ก้อนอุกกาบาตที่มันได้หลุมออกมาจากระเบิดของดวงอาทิตย์

และ ดวงอาทิตย์ที่เราได้เห็นกันอยู่ในตอนนี้มันก็ยังเกิดการระเบิดอยู่ตอดเวลาและเศษอุกกาบาตมันก็ได้หลุดออกมาจากดวงอาทิตย์เรื่อยๆ แต่มันได้มีอยู่วนหนึ่งเศษอุกกาบาตที่มันดูเหมือนเป็นโลกของเรากับเศษอุกกาบาตที่มันได้หลุดออกมาจากดวงอาทิตย์ในภายหลังที่เขาว่ากันว่ามันได้มีขนาดที่ใกล้เคียงกับโลกเรา

ได้เกิดจากการเหวี่ยงวงโคจรของดวงอาทิตย์จนมันได้ชนกันอย่างรุนแรงและมันได้เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ก่อนที่มันจะรวมตัวกันเป็นโลกและมันได้มีเศษดวงดาวที่มันได้วนอยู่รอบๆตัวหลักจากนั้นเศษอุกกาบาตเหล่านั้นก็ได้รวมตัวกันจนมันได้กลายมาเป็นดวงจันทร์นั่นเอง ซึ่งนี่มันก็เป็นเบื่องต้นของการกำเนิดโลกและในเวลานั้นโลกของเรามันได้เป็นเพียงดาวที่มีอุณหภูมิที่ร้อนมากๆ

มีแต่ก๊าสพิษมีแต่ก๊าสมีแทนรวมไปถึงพื้นดินมันก็ยังไม่มีดินมันมีแต่ลาวาและในเวลานั้นบนโลกเราก็ยังไม่มีน้ำด้วย ซึ่งแน่นอนว่า ซึ่งเหล่านี้มันสามารถที่จะบ่งบอกกันได้อย่างชัดเจนเลยคือมันไม่อำนวยต่อการมีชีวิตและสิ่งที่มีชีวิตไม่สามารถที่จะอยู่ได้แน่นอน ซึงตรงนี้นักวิทยาศาสตร์นักวิจัยและหลายๆคน

ก็ได้คิดออกมาหลากหลายทฤษฎีมากๆบางก็ว่าพระเจ้าส่งเรามาเกิดบางก็ว่าเราได้เกิดมาจากลาวาบางก็ว่าเรานั้นได้เกิดมาจากอะไรสักอย่างที่มันมาจากนอกโลกแต่ทฤษฎีเหล่านั้นมันก็ได้มีทั้งคนเชื่อและก็คนที่ไม่เชื่อแต่มันได้มีอยู่หนึ่งทฤษฎีที่นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยส่วนใหญ่เชื่อว่ามันได้มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่โลกเราจะมีสิ่งมีชีวิตและมีน้ำและทฤษฎีนั้นนั่นก็คือเศษอุกกาบาตที่มาจากดวงจันทร์

พุุ่งเข้าชนโลกและเศษอุกกาบาตตรงนั้นมันก็ได้มีแบคทีเรียกับส่วนประกอบของน้ำอยู่ในนั้นอีกด้วยซึ่งตรงนี้ถ้าจะให้เราอธิบายให้เข้าใจกันง่ายๆก็คือจากการวิจัยหลุดอุกกาบาตของนักวิทยาศาสตร์ทั้งหมดเขาบอกว่าหลุดอุกกาบาตที่เก่าแก่มากที่สุดและเขาคาดว่าน่าจะเป็นหลุดอุกกาบาตแรกของโลกมันได้มีเศษองค์ประกอบของน้ำและมันได้มีเศษองค์ประกอบของดวงจันทร์อยู่เขาเลยคาดกันว่าบนดวงจันทร์เรานั้นมันจะมีองค์ประกอบของน้ำอยู่และมันก็ได้มีแบคทีเรียอยู่บนดวงจันทร์ด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88 บาคาร่า

การพบเจอ ยูเอฟโอ ในยุคใหม่ ของอาร์โนลด์

 

เคนเนธ อาร์โนลด์

ในวันที่24มิถุนายน ปี1947  ได้มีนักบินที่ชื่อว่า เค็นเน็ธ อาร์โนลด์  ก็ได้รายงานถึงการพบเห็นเจอวัตถุบินปริศนา9ลำที่ได้บินผ่านภูเขาเรเนียร์ ซึ่งในการพบเจอครั้งนี้ ถือได้ว่าเป็นการเผชิญหน้ากับยูเอฟโอครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่สองและได้ถือว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการพบดเจอ ยูเอฟโอ ในยุคใหม่

ซึ่งด้านอาร์โนลด์ได้เล่าต่ออีกว่าเขาได้ขับเครื่องบินเพื่อที่จะออกตามหาเครื่องบินขนส่ง ซี-46 ที่ได้เกิดอุบัติเหตุเครื่องตกอย่างปริศนาใกล้กับภูเขาเรเนียร์ ซึ่งมันก็ได้เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เขา ได้พบเจอกับอากาศยานปริศนาที่ได้มีลักษณะเป็นทรงกลมคล้ายจาน

ซึ่งเขาก็ได้ประมาณการเอาไว้ว่า ความเร็วของมันนั้นน่าจะอยู่ที่ประมาณ1,900กิโลเมตร/ชั่วโมงและหลังจากนั้นอีกประมาณสิบวันก็ได้มีการยืนยันการพบเจออีกครั้ง โดยลูกเรือของยูไนเต็ดแอร์ไลน์ ในขณะที่กำลังโดยสารไปยังเมืองซีแอตเทิล โดยได้มีการรายงานว่าถูกบางสิ่งที่มีลักษณะเป็นจาน5ถึง9ลำ ซึ่งได้บินตามพวกเขาโดยเครื่องบินที่พวกเขาได้โดยสารอยู่ประมาณ10-15นาทีก่อนที่พวกมันจะหายไปอย่างรวดเร็ว

และต่อมาทางหน่วยงานข่าวกรองของกองทัพอากาศสหรัฐจึงได้เข้ามาทำการสืบสวนเรื่องราวของ อาร์โนลด์ หลังจากนั้นหลายสัปดาห์ได้มีการพบเจอวัตถุบินปริศนาและสามารถถ่ายภาพเอาไว้ได้ที่ถูกถ่ายขึ้นเหนือเมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา โดยช่างภาพมีนามว่า เอนโล กิลมอร์ เขายังได้อธิบายถึงลักษณะของมันเอาไว้ว่ามันเหมือนกับเครื่องบินที่มีปีก

จากการรายงานการพบเจอยูเอฟโอหลายครั้งจึงทำให้มีการก่อตั้งโครงการที่มีชื่อว่า ไซน์ ที่ต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อไปเป็นโครงการบลูบุ๊ค ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของโครงการไซน์ ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย โดยฝ่ายหนึ่งไม่เชื่อเรื่องที่อาร์โนลด์ ได้พบเจอมาและกล่าวว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีอะไรพิเศษและสามารถอธิบายได้แต่ในขณะที่อีกฝ่ายได้กลับเชื่อว่าได้มีความเป็นไปได้ที่สิ่งนั้นมันอาจจะเป็นอากาศยานจากต่างดาว

การบุกรุกที่วอชิงตัน

สำหรับการบุกรุกที่วอชิงตัน คือเหตุการ์ที่ปรากฎยูเอฟโอได้บินอยู่เหนือเมืองวอชิงตัน ดี.ซี. ในวันที่19กรกฎาคม ปี 1952 เมื่อเฮ้ดเวิร์ด นูเจอท์ เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศของนามบินนานาชาติวอชิงตันได้พบเจอกับวัตถุปริศนา7ลำผ่านเรดาร์ของเขาทางหัวหน้าของ  นูเจอท์ มีนามว่า แฮร์รี่ บาร์นส์ ได้ยืนยันว่าการพบเจอในครั้งนี้เรดาร์ไม่ได้ทำงานผิดพลาดแต่อย่างใด แฮรี่เขายังกล่าวอีกว่าพวกเขารู้ทันทีว่ามีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นและการเคลื่อนไหวของวัตถุเหล่านั้นก็ไม่เหมือนกับเครื่องบินโดยทั่วไป

 

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน แทงขั้นต่ํา10บาท

กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ได้เกิดระเบิดในชื่อรหัสว่า“ทาร์เกต67”

มิสเตอร์ สมิธ

เมื่อในปี2006สถานีอวกาศนานาชาติได้ทำการทดลองและก็ได้ปล่อยวัตถุบางอย่างออกไปจากสถานีอวกาศจากนั้นวัตถุก็ได้เข้าสู่วงโคจรของตัวมันเอง โดยได้รู้จักกันในชื่อว่า มิสเตอร์ สมิธ หรือ อีวาน อีวานอวิช  โดยในวัตถุดังกล่าวนั้นแท้ที่จริงแล้วมันได้เป็นเพียงแค่ชุดของอวกาศที่มันได้มีหุ่นอยู่ภายในและมันได้มีการติดตั้งรับสัญญาณวิทยุไว้ที่หมวก

โดยได้มีการบรรจุข้อความเสียงเอาไว้ห้าภาษาและได้ส่งเป็นสัญญาณภาพSSTVเพื่อเผยมายังโลกอีกทั้งนี้ก็ยังได้กล่าวกันอีกว่ามันจะสามารถรับฟังสัญญาณเสียงได้ที่คลื่นความถี่145.990เมกกะเฮิร์ซแต่ทว่าสัญญาณนั้นมันไม่เคยได้ถูกส่งกลับมาเลยจากนั้นทางนาซาเองก็ได้พยายามที่จะตามรอยของ มิสเตอร์ สมิธ

จากนั้นก้ได้พบว่ามันได้โคจรรอบโลกของเราก่อนที่มันจะลอยหายไปในอวกาศ ซึ่งเราได้เชื่อกันว่าในส่วนที่มันได้เป็นแบตเตอรี่นั้นได้กลายเป็นน้ำแข็งอีกทั้งกำลังในการส่งสัญญาณอาจจะแรงไม่พอที่จะส่งมาถึงโลกได้แต่ทั้งนี้ยังได้มีการยืนยันว่าได้รับสัญญาณจาก มิสเตอร์ สมิธ ในช่วงสัปดาห์ที่สองหลังจากที่ถูกปล่อยสู่อวกาศและหลังจากนั้นมันก็ยังคงโคจรรอบโลกอยู่แต่ทั้งนี้ก็ยังได้เชื่ออีกด้วยวว่าในสภาวะอวกาศจึงทำให้มันถูกเผาไหม้อยู่ในชั้นบรรยากาศในอีกหลายเดือนต่อมานั่งเอง

ลูกบอล

ในวันที่28มกราคม ปี1986กระสวยอวกาศชาเลนเจอร์ได้เกิดระเบิดขึ้นหลังจากที่ทะยานขึ้นฟ้าจากชายฝั่งในรัฐฟลอริดาได้เพียง73วินาทีและตรงจุดที่ซากยานถูกเรียกในชื่อรหัสว่า “ทาร์เกต67”คลอบคลุมพื้นที่480ไมล์ทะเลความลึก370เมตรใต้มหาสมุทรแอตแลนติก นักประดาน้ำก็ได้พบกับชิ้นส่วนของยานอวกาศรวมถึงยานแคปซูลโดยสาร ซึ่งมันน่าจะทำให้นักบินได้มีชีวิตรอดชีวิตได้เพียงแค่ช่วงแรก

ในขณะที่ยังลอยอยู่บนอวกาศแต่ด้วยแรงปะทะกับผิวมหาสมุทรจึงทำให้ชิ้นส่วนและสายไฟต่างๆหลุดออกมาและได้มีเพียงไม่กี่อย่างในยานที่ยังคงอยู่ในสภาพที่ใช้การได้หนึ่งในนั้นก็คือลูกฟุตบอล ซึ่งได้เป็นเหมือนตัวแทนของนักบินอวกาศที่ได้มีชื่อว่า เอลลิสันโอนิซูกะ

โดยได้เป้นลูกบอลที่มันได้มีลายเซ็นต์ของนักกีฬาจากทีมโรงเรียนมัธยมเคลียร์ในรัฐฟลอริดา ซึ่งมันได้เป็นสถานที่ที่ลูกสาวของโอนิซูกะ เคยเรียนอยู่ และเพื่อได้เป็นการระลึกถึง โอนิซูกะ ซึ่งได้เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ลูกบอลลูกนี้จึงได้ถูกนำกลับมาตั้งแสดงเอาไว้ในโรงเรียนสำหรับเรื่องราวของลูกฟุตบอลลูกนี้ก็ยังคถูกลืมเลือนไปหากลูกชายของ เชน คิมบรอฟ นักบินอวกาศนาซา ไม่ได้เข้าเรียน ที่โรงเรียนเดียวกันกับลูกของ โอนิซูกะ

 

สนับสนุนโดย  dewabet

เกล็ดความรูปเกี่ยวกับจักรวาลในระบบสุริยะ

ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ไพศาลโลกหนึ่งในระบบสุริยะจักรวาลนับล้านนับแสนที่ได้มีชื่อว่ากาแล็กซีทางช้างเผือกและได้เป็นบ้านที่มนุษย์เราได้อาศัยอยู่ ถึงแม้ว่ามันได้มีความกว้างใหญ่เหลือเกินเมื่อเราได้ยืนมองอยู่ที่พื้นโลกแต่ห่างออกไปในห้วงอวกาศโลกก็ได้เป็นเพียงจุดเล็กๆท่ามกลางดวงดาวกลุ่มน้อยใหญ่ที่ห่างไกล

จนไม่มีใครเขาอยากรู้แล้วมนุษย์จะเป็นสิ่งเดียวที่ได้มีชีวิตอยู่จริงๆหรือและมันจะเป็นไปได้มั้ยว่ามันอาจจะมีดวงดาวสักดวงที่เรายังไม่เคยได้ค้นพบและได้เป็นแหล่งใหม่ของรูปแบบใหม่ของสิ่งมีชีวิตที่ได้มีความแตกออกไปจากดาวโลก ในความเชื่อเรื่องUFOรวมไปถึงมนุษย์ต่างดาว

ที่ได้เดินทางเข้ามายังโลกก็ได้ถูกนำเอามาถกเถียงกันไปต่างๆนาๆถึงเหตุผลในการมีตัวตนและเหตุผลในการปรากฎตัวในความเชื่อเหล่านี้ได้ปรากฎขึ้นมาพบกับหลักฐานลึกลับมากมายทั่วทุกมุมโลกที่ได้มีคนพยายามที่จะเชื่อมโยงเท่ากับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว จริงๆแล้วมันได้มีสรีสะต่างๆที่อยู่ในถ้ำในหลายๆที่ในหลายๆประเทศที่มันดูเหมือนจะเป็นงานแกะสลักประเทศอียิปตื

ในพีระมิดก็จะมีแล้วก็ในป่าของประเทศต่างๆก็ได้มีภาพอยู่บนหินต่างๆเยอะแยะมากมายพวกเขาน่าจะอยู่ที่นี่หรือว่าได้แวะเข้ามาที่โลกใบนี้นานมากๆแล้วแต่เริ่มที่ได้มีการบันทึกได้อย่างเป็นทางการมากๆเลยก็น่าจะเป็นประมาณปี1947 ซึ่งในปี1947ก็ได้มีการค้นพบเครื่องUFOตกที่เมืองลอม

เวลที่ประเทศอเมริกาแล้วก็ถ้าเราได้ไปค้นดูเราก็จะเจอรูปภาพเป็นขาวดำแล้วก็จะเห็นว่าจานบินนั้นมันได้เสียบลงไปกับพื้นเลยและมันได้เป็นภาพที่ถูกบันทึกอย่างเป็นทางการมากที่สุดซึ่งมันก็ได้เป็นรูปภาพที่ค่อนข้างที่จะชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะมาที่โลกใบนี้นานแล้ว และเนื่องด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีได้นำพาให้มนุษย์ได้หลุดออกจากความเชื่อเดิมๆ การเดินทางที่มนุษย์ไม่เคยไปถึงการค้นพบในสิ่งที่ไม่มีใครพบเจอ

ได้เปลี่ยนให้เรื่องลี้ลับหรือสิ่งที่มันดูเป็นไปไม่ได้ให้มาอธิบายได้คำว่าวิทยาศาสตร์ ซึ่งเราก็จะต้องทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมจักรวาลใหญ่โตขนาดนี้มันจะมีโลกของเราโลกเดียวที่จะมีชีวิตอยู่ได้จริงๆแล้วมันไม่ใช่ คือ นักวิทยาศาสตร์ก็ได้บอกว่าในระบบสุริยะจักรวาลประมาณ1แสนระบบเหมือนกับดวงอาทิตย์ของดาวเคราะห์ทั้งหลายที่อยู่โดยรอบๆดวงอาทิตย์ของเราเขาได้บอกว่าจะมีสักโลกใบหนึ่งที่จะมีชีวิตอยู่ได้เพราะฉะนั้นจักรวาลของเราจะมีชีวิตเยอะมาก

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้าsagame

เอสอาร์-72ได้เป็นอากาศยานที่ไร้คนขับแบบไฮเปอร์โซนิคและการทดสอบจรวดลองมาร์ช

อัลทิอุซ-เอ็ม

รูปภาพนี้ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในปี2014 เผยให้เห็นถึงเครื่องบินใบพัดปริศนาที่มันได้จอดอยู่ในรันเวย์แห่งหนึ่งในประเทศรัสเซีย ซึ่งรูปร่างและลักษณะของมันเหมือนกับ อัลทิอุซ-เอ็ม อากาศยานซึ่งไร้คนขับที่ได้มีการถูกพัฒนาอย่างลับๆโดยรัสเซีย ซึ่งเจ้าอัลทิอุซ-เอ็มมันได้มีน้ำหนักประมาณ5ตัน

มันได้ถูกออกแบบมาให้มีเครื่องยนต์สองเครื่องที่ได้มีหางมีลักษณะเป็นรูปตัววีมีปีกกว้าง28.5เมตร โดยทั้งตัวเครื่องได้ถูกสร้างด้วยวัสดุคอมโพสิต ซึ่งมันจะทำให้มีน้ำหนักเบาและทนทานและยังได้มีการลือกันอีกว่าได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีในการตรวจจับขั้นสูง เพื่อใช้สำหรับในการลาดตระเวนและการจู่โจมจากรายงานอัลทิอุซ-เอ็มได้มีการบินขึ้นครั้งแรกในปี2014 แต่ก็ยังไม่ทราบได้เลยว่ามันอาจจะถูกนำมาใช้อย่างเป็นทางการ เมื่อใด

เอสอาร์-72

ในปี2018 ภาพจากกูเกิลเอิร์ธก็ได้เผยถึงอากาศยานปริศนาที่ได้อยู่ภายในบริษัทแพรทแอนด์วิทนีย์ที่ได้ตั้งอยู่ในเมืองพาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยลักษณะของวัตถุจะมีลักษณะมันเงา มีรูปทรงเหมือนเพชรและด้วยลักษณะแบบนี้จึงได้เชื่อกันว่ามันน่าจะมีสมรรถนะสูง โดยมันได้เป็นอากาศยานที่ไร้คนขับแบบไฮเปอร์โซนิค

ที่ได้มีความเร็วสูง ซึ่งยังได้มีการสรุปได้ว่ามันได้เป็นแบบจำลองของเครื่องบิน เอสอาร์-72 อากาศยานที่ไร้คนขับที่มันได้มีความเร็วสูงที่มันได้ถูกพัฒนาขึ้นมาโดยบริษัทล็อคฮีดมาร์ตินทั้งนี้ยังได้มีการกล่าวถึงความสามารถของ เอสอาร์-72ว่ามันสามารถที่จะเข้าถึงเป้าหมายที่อยู่รอบโลกได้

โดยมันได้ใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึง60นาทีแต่ทั้งสองบริษัทก็ได้ปฏิเสธที่จะพูดถึงวัตถุที่ปรากฏอยู่ในภาพอีกทั้งในสนามบินดังกล่าวก็ยังได้มีการรักษาในความปลอดภัยอย่างแน่หนามันจึงได้ทำให้การตรวจสอบนั้นมันจะเป็นไปได้ยาก แต่ในช่วงต้นปี2018 ทางบริษัทล็อคฮีด มาร์ติน ได้กล่าวเป็นนัยว่าในตอนนี้พวกเขาได้ค้นพบวิธีในการสร้างระบบระบายความร้อนที่ได้มีประสิทธิภาพสูงได้แล้ว ซึ่งมันจะทำให้เครื่องยนต์ที่ทรงพลังและมันจะสามารถใช้ในการขับเคลื่อนความเร็วสูงที่ต่อ เนื่องได้

การทดสอบจรวดลองมาร์ช

ภาพจากกูเกิลเอิร์ธภาพนี้ได้เผยถึงภาพจากศูนย์วิจัยในเมืองซีอานประเทศจีนที่ถูกบันทึกได้ในช่วงเดือนกันยายนในปี2014 จากภาพเผยถึงแสงที่ส่องสว่างาจากบริเวณอาคารที่ตั้งอยู่ภายในโรงงานราวกับว่าเกิดการระเบิดขึ้นสถานที่แห่งนั้นดูเหมือนว่าจะใช้เป็นที่เก็บจรวดขนาดใหญ่ที่ไว้ใช้สำหรับในการทดสอบขององค์การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอวกาศของประเทศจีนยังไม่มีการยืนยันว่าจรวดใด ที่ได้มีการทดสอบไปแต่คาดว่าอาจจะเป็นจรวดลองมาร์ช5

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame88

เดินทางข้ามเวลามีอยู่จริงหรือไม่?

สำหรับเรื่องนี้มันก็ยังได้เป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะว่าหลายคนก็ยังได้มีความสงสัยกันอยู่หลายอย่างยกตัวอย่างเช่นอยู่ดีๆคนหายไปแล้วกลับมาในสภาพที่ปกติถ้าพูดกันสั้นๆยกตัวอย่างเป็นถ้าจะให้พูดกันง่ายๆมันก็คือทางแมชชีนทางแมชชีนมันก็คือการย้อนกลับไปในอดีตหรือการข้ามเวลาเข้าไปในอนาคต

แต่ส่วนใหญ่ที่ทฤษฎีเขาได้บอกว่าทางแมชชีนจะไม่สามารถไปในอนาคตได้จะไปได้แค่อดีตกับปัจจุบันของเราเท่านั้นซึ่งตรงนี้เราก็ยังไม่รู้เพราะว่าในตอนนั้นมันก็ยังไม่มีทางแมชชีนแต่ที่เราได้เอาทฤษฎีนี้ขึ้นมา ซึ่งการที่ว่าทฤษฎีของโลกคู่ขนาดมันได้มีอยู่จริงไหมและมันได้เกี่ยวข้องอะไรกัน

กับการข้ามเวลาหรือเปล่าบางเหตุการณ์นั้นก็ได้หลุมเข้าไปในมิมติคู่ขนาดแบบที่เขาได้เป็นข่าวกันไว้บางคนก็อาจจะบอกว่าจะเข้าไปอยู่มิติอื่นข้ามเวลาไปหรือเปล่าอย่างเหตุการณ์แรกนั้นที่มีมานานแล้ว แล้วก็ได้ไขข้อสงสัยกันออกไปคือจอนทีเธอร์เราก็ไม่รู้ว่าจะมีใครรู้จักกันหรือเปล่า

บุคคลนี้ได้เป็นหนึ่งในบุคคลที่โดยกล่าวขานเมื่อประมาณ4-5ปี ที่แล้วเยอะมากเพราะว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้มีการแต่งตัวผิดแปลกไปจากชาวบ้านคนอื่นจอนทีเธอร์ก็ได้ออกมาในปี1900กว่าๆ ซึ่งในปีนั้นเราก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่ามันเป็นปีที่การแต่งตัวมันจะเป็นแบบคุณนายผู้ชายก็น่าจะใส่สูทใส่หมวกอะไรแบบนี้

แบบต่างประเทศ ซึ่งจอนทีเธอร์ก็ได้แต่งตัวผิดแปลกไปใส่แว่นดำเสื้อยืดแขนยาวเป็นเสื้อกันหนาว ซึ่งในปี1900กว่าถามว่ามันได้มีเสื้อยืดมั้ยมันก็จะต้องมันบ้างแต่การแต่งตังกับบุคลิกแบบนั้นมันหาไม่ได้ในยุคนั้นเขาก็เลยตั้งข้อสงสัยกันว่าเขาได้ข้าวเวลามาจริงหรือเปล่า

แต่เรื่องนี้เราได้ไปสืบมาเรียบร้อยแล้วจริงๆได้มีการยืนยันข้อมูลแล้วว่าอย่างสิ่งที่เขาได้เคยกล่าวอ้างเอาไว้อันเก่าเขาได้บอกว่าซึ่งได้มีรูปภาพจัดการแสดงเมื่อในปี1940ที่ได้มีคนแต่งตัวผิดแปลกประหลาดใส่แว่นดำทรงทันสมัยแถมยังมีกล้องถ่ายรูปที่ไม่มีอยู่ในสมัยนั้นอีก

ซึ่งในปีนั้นมันไม่มีจริงๆจากนั้นเขาก็ได้ออกมาบอกอีกว่าจริงจอนทีเธอร์เขาได้ข้ามเวลามาเพื่อที่จะมาแก้ไขสิงที่ผิดพลาดในอดีตที่จะทำให้เกิดความหายนะที่เกิดขึ้นเขาได้กล่าวเอาไว้ว่าเขานั้นได้มาจากปี2036

เขาได้บอกว่าได้มีบริษัทGEได้สร้างเครื่องข้ามการเวลาได้สำเร็จแล้วและเขาต้องการที่จะย้อนกลับมาได้ปี2000เพื่ออยากมาเจอคนในครอบครัวและอยากเล่าให้คนในครอบครัวฟังว่าในปี2015มันจะมีการเกิดสงครามโลกครั้งที่3นอกจากนั้นมันก็จะมีผู้คนตายมากกว่า1/3ของโลก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  betbb

ยูจีนเซอร์นันได้ท้าทายเดินบนผิวดวงจันทร์

จากปากคำของนักบินอวกาศ

ยูจีน เซอร์นัน ไปเยือนดวงจันทร์ถึงสองครั้งกัลภารกิจอพอลโล10และอพอลโล17โดยภารกิจอพอลโล10เป็นการทดสอบขั้นตอนและระบบสำหรับลงจอดบนดวงจันทร์ก่อนที่จะเกิดภารกิจอพอลโล11ที่มีชื่อเสียงซึ่งจอดลงบนดวงจันทร์ในเดือนกรกฎาคม1969โดยเป็นภารกิจแรกที่มนุษย์ได้เหยียบบนดวงจันทร์

ซึ่งเซอร์นันได้เคยทำการท้าทายด้วยการเดินบนอวกาศ ในภารกิจเจมิไน9โดยเขาได้กล่าวว่า “ฝุ่นบนดวงจันทร์เป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญสำหรับการสำรวจดวงจันทร์และผมก็คิดว่าเราสามารถแก้ปัญหาทางสรีรวิทยาทางกายภาพ หรือ ในด้านเครื่องจักรกลได้แต่ยกเว้นฝุ่น” เซอร์นันได้ทำการแถลงการณ์ดังกล่าวหลังภารกิจอพอลโล17ของเขา

เนื่องจากเขาได้ทดสอบเดินบนดวงจันทร์มันก็ได้เกิดฝุ่นฟุ้งไปทั่วทุกที่ ที่เขาก้าวเดินจากรูปภาพเราสามารถดูได้จากใบหน้าของ เซอร์นันจะสังเกตเห็นได้ว่าเขาดูเหนื่อยล้าและมีอาการที่พยายามหรี่ดวงตา ซึ่งทั้งหมดนี้ได้บ่งบอกถึงความเป็นนัยถึงความอ่อนเพลียและเป็นไปได้ว่า เซอร์นัน กำลังมีอาการไข้ละอองฟางอยู่

การเลียบแบบฝุ่นของดวงจันทร์

ในระดับความเป็นพิษจากฝุ่นของพื้นผิวบนดวงจันทร์ทีได้มีต่อมนุษย์และผลกระทบในระยะยาวที่แน่นอน ยังไม่ทรายได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และชุมชน ก็ยังคงได้มีส่วนร่วมกันอย่างต่อเนื่องกับความฝันของการจะตั้งถิ่นฐานของมนุษย์บนดวงจันทร์แต่หลักฐานมันก็ยังมีไม่พอที่มีความเกี่ยวกับผลกระทบด้านสุขภาพในการจะใช่ชีวิตนอกโลก ซึ่งเหล่านักวิทยาศาสตร์จำเป็นจะต้อง

พึ่งพาทฤษฎีข้อมูลบางส่วนในการศึกษาที่มันได้สร้างขึ้นมาและเลียนแบบองค์ประกอบเฉพาะของการสำรวจอวกาศ โดย ลอเรนซ์ยัง นักวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์อวกาศจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ก็ยังได้เตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวกับสุขภาพว่า “นอกเหนือจากประสบการณ์จากภารกิจอพอลโลแล้ว

เราก็ยังไม่มีข้อมูลอะไรเลย” และนอกจากนี้เขายังได้เน้นอีกว่า ภารกิจที่ได้ไปยังดวงจันทร์นั้นมันไม่เคยมีการออกแบบด้วยการวิจัยทางชีวการแพทย์เลยและ นอกจากนี้ด้านตัวอย่างของฝุ่นจากดวงจันทร์ที่ติดมากับนักบินอวกาศอพอลโลนั้นก็มีไม่เพียงพอและฝุ่นที่ได้ติดอยู่ในยานเหล่านั้นมันก็ค่อนข้างที่จะไร้ประโยชน์ สำหรับที่จะทำการวิเคราะห์ทางด้านวิทยาศาสตร์หลังจากที่พวกเขาได้ไปสัมผัสกับอาการของโลก

ที่ได้เต็มไปด้วยออกซิเจนที่มีความชื้นแม้สถานีอวกาศนานาชาติได้ให้ข้อมูลเชิงลึกว่ามันจะเป็นอย่างไร หากอาศัยอยู่บนดวงจันทร์แต่ในขณะที่บนสถานี นับว่าแรงโน้มถ่วงเกือบเป็นศูนย์อีกทั้งมันยังโคจรอยู่ภายในสนามแม่เหล็กของโลกที่ช่วยป้องกันรังสีได้ซึ่งแตกต่างจากดวงจันทร์ทั้งในเรื่องของแรงโน้มถ่วงและการได้รับรังสีที่สูงกว่าสำหรับการเลียนแบบฝุ่นของดวงจันทร์ทางทีมจากมหาวิทยาลัยสโตนีบรูคได้ใช้ตัวอย่างที่คล้ายกับพื้นผิวของดวงจันทร์โดยทดสอบผลกระทบต่อเซลล์ในปอดของมนุษย์

 

สนับสนุนโดย  sagame เอเชีย

ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับเดจาวู

สำหรับประวัติของเดจาวูนั้นก็ได้มีทฤษฎีที่เกี่ยวกับพลังจิต ซึ่งเดจาวูนั้นเคยถูกนับว่าเป็นพลังจิตในรูปแบบหนึ่งหรือบางคนก็ว่าได้เป็นทิพจักขุญาณหรือความรู้สึกที่ได้ใช้ตาทิพ ถ้าเอาจริงๆแล้วในตามความเชื่อเราทุกคนนั้นต่างก็ได้มีพลังจิตกันอยู่แล้วแต่ทุกคนนั้นพลังจิตจะอ่อนหรือแข็งก็จะขึ้นอยู่

แต่ละบุคคลเพราะแต่ละคนก็จะมีบุคคลที่ฝึกแต่พลังจิตด้วยการนั่งสมาธิอะไรก็แล้วแต่ที่จะทำให้ดวงจิตนั้นได้มีความแข็งไปกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ฝึกพลังจิตและมันก็อาจจะเห็นภาพเห็นวิญญาณหรืออาจะเห็นภาพในอนาคตที่มันกำลังจะเกิดขึ้นในอันใกล้หรือเรียกสั้นๆ

ว่าถาคิในการสังเกต และในประวัติการณ์ได้มีคนถูกบันทึกเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ว่ามี เดจาวู ที่แข็งแก่งที่สุดและไม่มีใครที่จะสามารถเทียบได้จนถึงปัจจุบันนี้ที่ได้มีชื่อว่า นอสตารเดมุส และสำหรับทฤษฎีจักรวาลคู่ขนานซึ่งจริงๆแล้วทฤษฎีตรงนี้เป็นอะไรที่มันหน้าสนใจเป็นอย่างมากเพราะว่าเราได้ไปศึกษาข้อมูลมาแล้วเราได้รู้สึกคิดว่ามันมีความที่จะเป็นไปได้สูงแล้วถ้าเกิดว่าใครที่อยากจะดูเกี่ยวเรื่องของโลก

คู่ขนาน สำหรับทฤษฎีที่เกี่ยวกับโลกคู่ขนานได้เป็นทฤษฎีที่นักฟิสิกส์ได้คิดค้นกันขึ้นมาสมมุติว่าเรามีสองเหตุการณ์ให้เลือกว่าเราจะทำหรือว่าเราจะไม่ทำซึ่งตรงนี้มันได้เป็นสองเหตุการณ์ที่เราจะเลือกหรือไม่เลือกแล้วทีนี้เรายังได้เลือกเส้นทางหนึ่งสมมุติเราเลือกคำว่าทำและอีกเส้นทางหนึ่งที่ไม่ทำคุณแน่ใจมากแค่ไหนว่ามันจะไม่เกิดขึ้นถ้าลองมิติคู่ขนานมันมีอยู่จริงแล้วมันมีคนที่เราได้คิดแบบนี้

อีกคนหนึ่งเขากลับเลือกเส้นทางตรงกันข้ามคือไม่ทำ คิดง่ายๆคือ โลกแรกคิดว่าทำฉีดออกไปทางซ้าย โลกที่สองคิดว่าไม่ทำฉีดไปทางขวา ทีนี้เราก็ได้แบ่งออกเป็นสองโลกแล้วทีนี้มันก็ได้เรียกว่ามันเป็นโลกคู่ขนานแล้ว และลองมานั่งคิดดูว่าถ้าไอคนที่คิดว่าทำเขาได้มีการตัดสินใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

อีกสองทางเลือกก็แสดงว่าจะเกิดอีกสองเส้นทางว่าจะเลือกทางซ้ายหรือทางขวาแล้วถ้าสมมุติว่าไอคนที่มันได้ปฏิเสธไปในรอบแรกและมีอีกสองทางเลือกในการตัดสินใจงั้นก็แสดงว่ามันจะเกิดโลกคู่ขนานสองโลกคู่ขนานขึ้นไปเรื่อยๆจนมันไม่มีที่สิ้นสุดและสิ่งนี้มันก็ได้เป็นทฤษฎีที่มันได้เกี่ยวข้องกับคู่ขนานซึ่งหลายคนก็อาจจะงงว่าทฤษฎีตรงจุดนี้มันไปเกี่ยวอะไรกับเดจาวู

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

หลุมปริศนาใต้ทะเล

ในเดือนธันวาคมปี 2019 มีการพบพื้นที่ที่เป็นหลุมขนาดใหญ่ใต้ทะเลในบริเวณใจกลางชายฝั่งของแคลิฟอร์เนีย พื้นที่กว่า1,300ตารางกิโลเมตรใต้พื้นมหาสมุทรปรากฏหลุมปริศนากว่า5,200แห่ง โดยแต่ละหลุมก็จะมีขนาดต่างกันออกไป ซึ่งหลุมที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดมีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ175เมตร

และมีความลึกประมาณ5เมตรหลุมปริศนานี้ได้ถูกพบครั้งแรก เมื่อนักวิทยาศาสตร์จากองค์การบริหารสมุทรศาสตร์และบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐอเมริการ่วมมือกับสถาบันวิจัยสัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ได้ทำแผนที่พื้นผิวของมหาสมุทรโดยใช้โซนาร์นักวิจัยได้มองปรากฏการณ์นี้

อย่างใกล้ชิดหลังจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวได้ถูกพิจารณาในการสร้างฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งจากนั้นทางสถาบันวิจัยได้ใช้หุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำอัตโมมัติที่ติดตั้งโซนาร์ในการตรวจสอบเพื่อให้ได้ความละเอียดสูงหุ่นยนต์ถูกส่งลงไปสิบเมตรใต้ทะเล ซึ่งเผยให้เห็นหลุมที่เรียบ

และแทบจะกลมเกือบสมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังเผยถึงหลุมยิบย่อยอีกมากมายที่มีขนาดความกว้าง โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ11เมตรและมีความลึกประมาณ1เมตร ซึ่งในบรรดาหลุมปริศนาทั้งหมดนี้จะมีด้านที่สูงชันและหางที่มีลักษณะเป็นทางที่ชี้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งทางนักวิจัยได้กล่าวว่า กระแสที่เป็นทางหรือหางของหลุมนี้มีบทบาทที่อาจจะบ่งบอกอะไรบางอย่างในขณะที่คนบางกลุ่มได้เชื่อว่าอาจจะมีบางสิ่ง

ที่มันอาจจะมุดออกมาจากหลุมเหล่านั้นก็เป็นได้หลุมที่มีขนาดเล็กมีจำนวนมากกว่าหลุมขนาดใหญ่ประมาณสามต่อหนึ่งหลุมนั่นหมายความว่ามีการตรวจพบหลุมขนาดเล็กกว่า15,000หลุม โดยหลุมเหล่านี้ยางแห่งพบขยะของมนุษย์อยู่ภายในและบางที่ก็เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล โดยปกติแล้ว หลุมบนผิวใต้ทะเลมักจะเกิดจากแก๊สมีเธนหรือของเหลวใต้ผิวดินจึงทำให้เกิดความไม่แน่นอนในก้นทะเลด้วย

เหตุนี้จึงไม่เหมาะกับการสร้างฟาร์มกังหันลมทางด้านนักวิทยาศาสตร์ ได้วิเคราะห์จากภาพและเคมีของน้ำแต่ก็ไม่มีหลักฐานใดๆที่สามารถบอกถึงต้นกำเนิดของหลุมได้ ชาลส์ พอลล์ นักธรณีวิทยาทางทะเลและนักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยสัตว์น้ำ มอนเทเรย์เบย์ได้กล่าวว่าทั้งหลุมใหญ่

และหลุมเล็กที่เราไม่พบหลักฐานที่เกิดจากแก๊สมีเธนที่ระบายออกมา ดังนั้นข้อมูลทั่วไปที่ทำให้เกิดหลุมใต้ทะเลนั้นไม่สามารถใช้กับกรณีนี้ได้แต่ถึงเช่นนั้นก็ยังมีทฤษฎีที่ยังไม่สามารถตัดออกไปได้ ซึ่งมีคำอธิบายอื่น เช่นพืชที่เราไม่รู้จักในมหาสมุทรองค์ประกอบของดิน ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวไปจนถึงความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาว ซึ่งยังไม่มีใครที่สามารถใให้คำตอบที่แน่นอนได้

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ดีที่สุด 2020

เมื่อประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หันหลังให้กันอย่างถาวร

เมื่อประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้หันหลังให้กันอย่างถาวรจะมีผลต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศหรือไม่

            ทุกคนทั่วโลกทราบปัญหาของประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ดีว่าทั้งสองประเทศ นั้นมีปัญหากันมานานแล้วซึ่งส่วนใหญ่แล้วทั้งสองประเทศนั้นมักจะหันหลังให้แก่กันและไม่ยุ่งเกี่ยวกันมาก่อนซึ่งภายหลังได้มีการพยายามที่จะหันหน้าเข้ามาคุยกันและพยายามติดต่อสื่อสารกันโดยผู้นำทั้งสองประเทศนั้น

ก็มีการนัดเจรจาพูดคุยกันเป็นระยะโดยหวังว่าจะสามารถให้ทั้งสองประเทศนั้นสามารถกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันได้แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวจากสำนักข่าวของประเทศเกาหลีเหนือได้มีการพูดถึงเรื่องของปัญหาที่เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ประสบการณ์มาอย่างยาวนานได้ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของกลุ่มประชาชน

บางกลุ่มที่มีการต่อต้านประเทศเกาหลีเหนือโดยก่อนหน้านี้การต่อต้านเกาหลีเหนือนั้นก็มีมานานแล้วและทางรัฐบาลเกาหลีใต้เองก็ได้มีการออกมารับปากว่าจะมีการดูแลเกี่ยวกับเรื่องของประชาชนที่ออกมาต่อต้านเกาหลีเหนือแต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ว่ายังมีประชาชนบางกลุ่มของเกาหลีใต้นั้น

ได้ยังมีการต่อต้านเกาหลีเหนืออย่างเห็นได้ชัดโดยพวกเขามีการนำใบปลิวซึ่งรายละเอียดของใบปลิวนั้นเป็นเขียนการต่อต้านเกาหลีเหนือไปแจกจ่ายให้คนทั่วไปรวมถึงยังมีการนำสิ่งสกปรกอย่างเช่นพวกขยะต่างๆที่เข้ามาในเขตของเกาหลีเหนือทำให้ผู้นำเกาหลีเหนือนั้นไม่พอใจและมีการพูดคุยกับผู้นำของเกาหลีใต้มาแล้วโดยมีการยื่นคำขาดว่าหากยังไม่สามารถควบคุมประชาชนของตนเอง

ได้นำเกาหลีเหนือเองก็จะมีการระงับการติดต่อกับทางเกาหลีใต้อย่างสิ้นเชิงแต่อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้เองประมาณสิ้นเดือนพฤษภาคมปีพศ2563 ที่ผ่านมาได้มีเอกสารที่เป็นใบปลิวซึ่งจะเป็นเอกสารการต่อต้านเกาหลีเหนือผูกติดกับลูกโป่งให้ลอยเข้าไปในพื้นที่ของเกาหลีเหนือซึ่งเป็นสัญญาณที่ทำให้เกาหลีเหนือนั้นสิ้นสุดความอดทนจึงได้มีการประกาศออกมาว่าทางเกาหลีเหนือนั้น

จะยุติการติดต่อกับทางเกาหลีใต้อย่างสิ้นเชิงและแน่นอนว่าข้อมูลการประกาศนี้ถูกประกาศออกมาจากทางน้องสาวของผู้นำเกาหลีเหนือนั่นก็คือนางคิมโยจอง   นั่นเองอย่างไรก็ตามมีการระบุเอาไว้ว่าจะมีการยุติการติดต่อสื่อสารกับทางเกาหลีใต้ในวันที่ 9 มิถุนายนปีพศ2563 นี้

ซึ่งต้องมาดูกันว่าหากสุดท้ายแล้วทางเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้นั้นยุติการติดต่อกันจะมีผลกระทบกับเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศหรือไม่หรือจริงๆแล้วต่อให้ทั้งคู่ไม่ติดต่อกันก็ไม่ได้มีผลอะไรเลยเพราะโดยปกติแล้วทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ก็ไม่ได้มีการค้าขายกันอยู่แล้วเพราะฉะนั้นต่างคนต่างอยู่และหันหลังให้แก่กันผลกระทบด้านเศรษฐกิจคงไม่เกิดขึ้นแต่ผลกระทบด้านความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวที่มีมานานก็อาจจะสบั้นลงในทันที

 

สนับสนุนโดย  sagame