ฝนเลือด/Blood Rain

สำหรับฝนเลือด/Blood Rainหลายๆคนก็อาจจะงงว่ามันคืออะไรถ้าพูดตามหลักพระพุทธศาสนาฝนเลือดก็คือฝนโบกขรพรรษ ฝนเลือดนี้มันได้เป็นฝนเลือดที่มันเกิดขึ้นมาไม่ได้บ่อยครั้งและมันได้เกิดขึ้นมาบนโลกของเรามาแล้วหลายครั้งมากเพราะล่าสุดที่มันเกิดขึ้นมา

ซึ่งเราได้ไปเจอข่าวทางยุโรปที่เขาได้บอกว่ามันเกิดมาจากฝนสีแดงหรือฝนที่มันได้ตกลงมาคล้ายๆเหมือนกับสีน้ำตาลข้นไปทางแดงจนเขาเลือดว่าฝนเลือดมันเลยเป็นที่ตกใจของชาวบ้านตรงบริเวณนั้นแล้วก็ได้มีการเก็บเอาตัวอย่างมาตรวจสอบปรากฎว่าผลที่ได้ออกมามันคือ ในฝนเลือดนั้นมันได้มีเซลล์ของสิ่งที่มีชีวิตอยู่ในนั้นแต่สิ่งที่มีชีวิตนั้นไม่ใช่ที่มีชีวิตที่เป็นสปีชีส์ในโลกของเรา

เขาก็เลยสรุปว่านี้มันเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ตกมาจากต่างดาวบางคนก็อาจจะบอกว่ามันเป็นฝนกดหรือเปล่าบอกเลยว่ามันไม่ใช่เขาได้ยืนยันออกมาแล้วว่ามันไม่ใช่ฝนกดตรวจออกมามันเจอเซลล์สิ่งมีชีวิตจริงๆแล้วมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกและ จากข้อมูลตรงนี้เราได้เกิด ทฤษฎีหนึ่งอันขึ้นมาแล้วทฤษฎีอีกหนึ่งอันของเรา

มันดันไปตรงกับนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ซึ่งเขาได้บอกว่าอาจจะเกิดฝนเลือดในอดีตแล้วฝนเหล่านั้นจะมีสิ่งมีชีวิตปะปนกันมาด้วย ซึ่งตรงนี้ค่อนข้างที่จะน่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะว่าถ้าใครได้ลองไปหาข้อมูลกันจริงๆมันก็จะมีการยืนยันอยู่ว่าเคยเกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีไดโนเสาร์เลยด้วย

และมันได้เกิดขึ้นมาเรื่อยๆถึงมันจะไม่ได้เกิดขึ้นมาอยู่บ่อยครั้งแต่มันก็ยังได้มีการบันทึกการเกิดอยู่แต่ถ้าจะเอาตามความคิดของเรา เราคิดว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่สิ่งที่มันได้มีชีวิตอยู่บนโลกของเรามันอาจจะเกิดขึ้นโดยถูกบังคับให้เกิดหรือเปล่าเราได้คิดอยู่แบบนี้แล้วทฤษฎีนี้

ซึ่งเราได้ลองนำเอามาตีความกันว่าถ้าสิ่งที่มันมีชีวิตบนโลกของเราไม่ได้เกิดขึ้นมาเองโดยตามธรรมชาติแต่มันถูกบังคับให้มันได้เกิดขึ้นมาล่ะเป็นไปได้หรือมไ่มันอาจจะเป็นหลักการเดียวกันกับการปลูกผักเพื่อเอาผลผลิตเราลองเปรียบเทียบกันว่า ถ้าหากเราลองเอาฟาร์มๆหนึ่งและมีการย่อนเมล็ดลงมา

ให้ต้นไม้ให้สิ่งมีชีวิตมันได้เจริญเติบงอกงามและวิวัฒนาการขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงวันหนึ่งที่วิวัฒนาการถึงจุดสูงสุดหรือมันถึงเวลาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ววันนั้นคนที่สร้างเราขึ้นมาหรือบังคับให้เราเกิดเขาอาจจะกลับมาเก็บเกี่ยวผลผลิตหรือเปล่า

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน

ทฤษฎีที่ยังสรุปไม่ได้ว่าสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาได้ยังไง

สองทฤษฎีที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุดจากทฤษฎีเป็นหมื่นเป็นพันที่เขาได้มีการถกเถียงกัน โดยทฤษฎีแรกเขาได้บอกว่าโลกของเรามีน้ำอยู่ใต้ผิวโลกอยู่แล้ว แต่ด้วยโลก ในตอนนั้นพื้นที่อยู่ใต้ลาวามีความหนามากบวกกับความหนาของลาวาที่มีอยู่ทั่วโลกมันเลยไม่สามารถทำให้น้ำที่อยู่ใต้พื้นผิวโลกออกมาจากพื้นผิวโลกนั้น

ได้แต่มันก็ยังได้มีอยู่อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่มีอุกกาบาตเข้ามาพุ่งชนโลกพอดีแล้วอุกกาบาตพวกนั้นมันก็ได้ตกไปที่บริเวณพื้นผิวที่ด้านล่างมีน้ำอยู่จนมันทำให้อุณหภูมิน้ำเริ่มมีการสูงขึ้นๆจนมันได้เกิดเป็นไอน้ำแล้วก็เกาะตัวกันจนเป็นเมฆฝนจนทำให้มีฝนตกลงมาและเกิดเป็นวัฏจักรของการเกิดน้ำนั่นเอง

ตรงนี้เขาก็เลยบอกว่าการเกิดน้ำในยุคแรกๆมันได้มาจากทฤษฎีแบบนี้และแบคทีเรียที่มันได้ติดมาจากอุกกาบาตมันก็ได้อยู่ในน้ำอยู่แล้วโดยแบคทีเรียตรงนั้นมันก็ได้ใช้เวลาเป็นแสนเป็นล้านปีในการวิวัฒนาการตัวเองเรื่อยๆจนมาเป็นพวกสัตว์ที่ไร้กระดูกพวกแมลงอะไรประมาณนี้ แต่ว่าอีกทฤษฎีหนึ่งมันก็จะมาในแนวเดียวกันเลยซึ่งมันก็จะมีความต่างกันอยู่เล็กน้อยตรงที่ว่าเขาเชื่อว่าบนโลกของเราไม่ได้มีน้ำอยู่บนโลก

ตั้งแต่แรกอยู่แล้วบนโลกของเรามีแค่ก๊าซพิษกับลาวาที่ท่วมอยู่ทั่วโลก แต่จุดกำเนิดของน้ำมันได้มาพร้อมกับแบคทีเรียนั้นก็คืออุกกาบาตที่มันได้ตกลงมายังโลกนั่นเอง ซึ่งตรงจุดนี้มันค่อนข้างที่จะน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะมันได้มีหลักฐานอยู่หนึ่งอันที่สมทบคิดว่าทฤษฎีนี้มีความเป็นไปได้มากกว่าทฤษฎีแรกอีก

เพราะว่าจากการสำรวจการบันทึกดวงจันทร์ของโครงการapolloเขาได้เก็บตัวอย่างบริเวณหลุมของดวงจันทร์ที่เกิดจากการชนของอุกกาบาตเล็กและน้อยนำเอามาตรวจสอบและพบว่าในเศษหินเหล่านี้มันก็ยังได้มีส่วนประกอบของน้ำอยู่ในนั้น ตรงนี้มันเลยยิ่งสมทบคิดไปว่าส่วนประกอบของน้ำมันไม่ได้มีอยู่บนโลกอยู่แล้วแต่แต่มันมากับเศษอุกกาบาตที่มันได้มาพร้อมกับแบคทีเรียนั่นเอง

และทฤษฎีที่สองนั้นเขาได้บอกเอาไว้ว่านักวิทยาศาสตร์กว่า98%เขาเชื่อว่ามันน่าจะเป็นในแบบที่สองแต่ว่ามันก็ยังได้มีการถกเถียงกันอยู่แล้วมันก็ยังไม่สามารถที่จะสรุปใจความได้อยู่ดีเพราะว่ามันได้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนแล้วก็ยังมีทฤษฎีใหม่ๆเกิดขึ้นมาอีกเยอะมากแต่อีกหนึ่งหลักฐานที่ยืนยังได้เกือบร้อย%เลยว่าสิ่งมีชีวิตบนโลกไม่ได้เกิดขึ้นเองตามความธรรมชาติแต่มันได้เกิดมาจากนอกโลกนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์

จุดจบของสิ่งมีชีวิตและระบบสุริยะจักรวาล

สำหรับข้อมูลที่เราได้ไปศึกษาหามานักวิทยาศาสตร์ที่เขาได้ไปทำการค้นคว้าเกี่ยวกับดวงอาทิตย์และการเจริญเติบโตหรือวิวัฒนาการของดวงอาทิตย์กันมาเขาได้บอกว่า ดวงอาทิตย์ของเรานั้นจะขยายตัวใหญ่ขึ้นๆเรื่อยๆจนมันได้กลายมาเป็นดวงยักษ์แดงที่มีอุณหภูมิที่มากกว่าดวงอาทิตย์ที่มีอยู่ในตอนนี้ไม่ต่ำกว่า10-100เท่าและขนาดมันอาจจะใหญ่ไปกว่าเดิมมากกว่า2/3เท่ากันเลยทีเดียวเลย

และแน่นอนว่าขนาดของดวงอาทิตย์ที่มันได้ใหญ่มากขึ้นแต่ระบบวงโคจรของโลกหรือดาวบริวารต่างๆมันก็ยังได้อยู่ในรูปแบบเดิมมันก็เลยย่นระยะทางให้ดวงดาวเหล่านั้นได้อยู่ไกลกับดวงอาทิตย์ได้ใกล้มากขึ้นมันก็เลยทำให้ดวงดาวเหล่านั้นอุณหภูมิมันได้สูงขึ้นเรื่อยๆและแน่นอนว่าดาวโลกของเรานั้นมันก็ยังได้เป็นหนึ่งในดาวที่จะได้รับผลกระทบนั้นอย่างแน่นอน ซึ่งความคิดตรงจุดนี้มันก็ได้มีความคิดที่มันได้แตกกันเป็นอยู่สองอย่างนั่นก็คือ

อย่างแรกเขาได้คาดการณ์กันว่า เมื่อดวงอาทิตย์ได้ถึงจุดหนึ่งที่มันได้ขยายใหญ่สุดและพลังงานพร้อมที่จะระเบิดออกมามันก็จะระเบิดออกมาจนมันได้กลายมาเป็นดวงอาทิตย์ที่เล็กลงมากว่าสองเท่าที่มันได้เป็นก้อนคล้ายกับดวงดาวแคระขาวที่มันได้ส่องสว่างและมันไม่ได้มีความร้อนอะไรมากมายแต่ความร้อนก่อนหน้านั้นมันก็ได้เผาดวงดาวอื่นๆไปปหมดแล้วมันเลยทำให้ดวงดาวอื่นๆ

ที่อยู่ในบริวารของดวงอาทิตย์นั้นมันจะกลายเป็นดวงดาวที่แห้งแร้งไม่มีน้ำไม่มีสิ่งที่มีชีวิตไม่เหลืออะไรเลยนอกจากก้อนหินเปล่าๆที่มันได้อยู่ในลักษณะของโลกนั่นเอง ส่วนกรณีที่สองอีกกรณีหนึ่งเขาไม่ได้คาดการว่าดวงดาวต่างๆที่เป็นบริวารหรือดาวโลกของเราจะถูกเผาแต่สิ่งที่มันจะเกิดขึ้นในช่วงที่ดวงอาทิตย์มันจะขยายตัวและมันได้ระเบิดออกมามันน่ากลัวกว่าในกรณีแรกอีกนั่นก็คือมันจะเกิดหลุมดำขนาดใหญ่

ที่มันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนและหลุมดำนั้นมันจะดูดทุกอย่างเข้าไปไม่ว่าจะเป็นดาวบริวารต่างๆรวมถึงโลกของเราเข้าไปอยู่ในหลุมดำนั้นและนั่นเองมันก็คือจุดจบของสิ่งที่มีชีวิตและระบบสุริยะจักรวาลที่เขาได้คาดกันนั่นเอง และตรงจุดนี้เราก็ยังได้พูดยำคำเดิมว่านี่มันเป็นการคาดเดาเท่านั้น

และการคาดเดาตรงนี้มันได้เป็นการคาดเดาระดับ100ล้านปีข้างหน้าหรืออีก1,000ล้านปีข้างหน้าหรืออีกล้านปีเราก็ยังไม่รู้แต่เขาได้คาดการณ์กันว่านี่มันน่าจะเป็นจุดจบที่มันน่าจะเกิดขึ้นกับโลกของเราและดวงอาทิตย์ของเราอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน ถูกกฎหมาย

ดวงอาทิตย์ได้ดับลงไป มันจะมีอะไรเกิดขึ้นมาหลังจากนั้น?

สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดที่เป็นผลกระทบต่อโลกของเราหลังจากที่ดวงอาทิตย์หายไป โลกของเราจะหายสมดุลทั้งพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าและเสียสมดุลทั้งวงโคจรที่เคยโคจรรอบดวงอาทิตย์ หลายๆคนก็อาจจะรู้ว่าโลกของเรานั้นมันได้เป็นดาวบริวารของดวงอาทิตย์แล้วก็โลกของเรามันได้โคจรอยู่รอบวงดวงอาทิตย์อย่างเป็นระเบียบแต่อยู่ดีๆเมื่อดวงอาทิตย์ได้หายไปหรือดวงอาทิตย์ได้ดับสูญไปวงโคจรเหล่านั้น

มันก็จะหยุดชงักลงโลกของเราที่มันเคยโคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์มันก็จะหยุดลงและมันได้กลายมาเป็นดวงดาวหรือมันได้เป็นก้อนหินที่มันได้ลอยอยู่ในอวกาศโดลที่เรานั้นไม่รู้เลยว่าเราจะลอยไปไหน ซึ่งแน่นอนแล้วว่าจากที่มันได้เคยโคจรอยู่รอบดวงอาทิตย์และมันได้มีสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในการที่จะป้องกันทั้งอุกกาบาตป้องกันพลังคลื่นพลาสม่าหรือคลื่นต่างๆที่มันสามารถมาจากนอกโลก

ได้คลื่นแม่เหล็กเหล่านั้นที่มันได้เปรียบเสมือนโล่ป้องกันของเรามันได้หายไปและแน่นอนว่าอุกกาบาตหรืออะไรก็แล้วแต่มันก็จะมีโอกาศพุ่งเข้ามาชนโลกอีกหลายเท่า จากการณ์คาดการณ์เขาได้คาดการณ์กันว่าถ้าสนามแม่เหล็กของโลกเรามันได้หายไปหลังจากที่ดวงอาทิตย์ได้ดับสูญไปมันจะมีอุกกาบาตพุ่งเข้ามาชนโลกของเราไม่ต่ำกว่า100ลูกต่อวันแต่มันก็ยังดีที่โลกของเรามันได้มีชั้นบรรยากาศมัน

ก็จะเกิดการเผาผลาญและเกิดการเผาไหม้จนอุกกาบาตก้อนใหญ่ๆเหล่านั้นเข้ามาในโลกของเราเหลือแค่เพียงขนาดเท่ารถบรรทุกหรือขนาดตึกใหญ่ๆตึกหนึ่งแต่ความเสียหายมันก็คือระบอุกกาบาตพุ่งเข้าชนโลกมันก็คงจะเกิดให้มีความเสียหายและได้เกิดการสูญหายได้เป็นอย่างมากแน่นอน

ไม่เกิดหนึ่งเดือนสิ่งที่มีชีวิตมันก็น่าจะหมดลงไปจากโลกอย่างแน่นอนและตรงนี้มันก็คือข้อที่ได้คาดการณ์มาทั้งหมดหลังจากที่ดวงอาทิตย์มันได้ดับสูญไป ในกรณีที่ดวงอาทิตย์ไม่เกิดการระเบิดนั่นเองและตรงจุดนี้ยังได้ย้ำคำเดิมว่านี้มันคือการคาดเดาเพียงเท่านั้นและนี้มันก็ยังได้เป็นความคิดเห็นโดยส่วนน้อยที่นักวิทยาศาสตร์เขาได้เชื่อกันแต่ในความคิดเห็นตรงส่วนมากเขาไม่ได้มองว่าดวงอาทิตย์

มันจะหมดพลังงานไปในรูปแบบของการดับสูญไปและไม่ได้เกิดอะไรทั้งสิ้นแต่เขากลับมองว่าจุดจบของดวงอาทิตย์มันคือการระเบิดครั้งใหญ่จนมันได้กลายมาเป็นดาวแคระขาวที่ส่องสว่างไปพวกระบบสุริยะจักรวารก่อนที่มันจะหมดพลังงานและกลายเป็นดาวแคระดำไปนั้นเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ไฮโล

สิ่งลี้ลับที่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้

เรื่องบางเรื่องแม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำตอบกับมันไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่ลี้ลับและไม่มีใครที่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันมีจริงหรือไม่ สำหรับวิญญาณที่เรามักได้ยินบ่อยๆตามรายการต่างๆ หรือเป็นเรื่องที่เล่าขานกันมาไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ เพื่อน ญาติพี่น้องหรือคนรู้จักก็ตาม แต่อันที่จริงเราก็ไม่อาจหาคำตอบได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันมีความจริงมากน้อยเพียงใด 

บางคนเห็นกับตาแต่ก็ไม่มีใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าเรื่องเหล่านั้นที่เราเห็นมันคืออะไร และนักวิทยาศาสตร์ก็มิอาจค้นหาหรือศึกษาออกมาได้ว่าสิ่งลี้ลับต่างๆที่เราเจอกันนั้นมันคือเรื่องจริงหรือไม่ แล้วมันเกิดจากอะไร

แม้แต่นักวิทยาศาสตร์ก็มิอาจตอบได้ว่าสิ่งที่ใครต่อใครพูดมันคืออะไร หากเป็นการศึกษาค้นพบมนุษย์ต่างดาวยังมีหลักฐานและยังมีที่มา มีความน่าจะเป็นและสามารถพูดได้ว่ามีจริง แต่นั้นก็ไม่ได้มีคำตอบให้กับสิ่งลี้ลับในโลกของเรา เพราะสิ่งลี้ลับเหล่านี้มีทุกประเทศและเป็นความแตกต่างกันตามประเพณีขอองพื้นที่หรือเขตเหล่านั้น แต่ก็ไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนไหนเลยที่จะกล้าพูดได้เต็มปากว่าสิ่งลี้ลับมีจริง และยังไม่มีใครที่จะพิสูจน์กับสิ่งเหล่านี้ได้เลย

นักวิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์หรือคิดค้นเรื่องราวต่างๆให้เป็นประโยชน์และให้เราได้นำมาใช้อยู่ทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการประดิษฐสิ่งของรถยนต์ต่างๆ หลอดไฟ ไฟฟ้า ทุกสิ่งอย่างที่เราเห็นและเราใช้ก็เป็นสิ่งประดิษฐก็ว่าได้ แต่สำหรับเรื่องลี้ลับกลับกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครให้คำตอบกับมันได้

แต่จากการประดิษฐหุ่นยนต์ที่จะนำมาใช้ให้เราสบายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดูฝุ่น หรือหุ่นนยนต์ที่ไปสำรวจนอกโลก นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายก็ยังสามารถประดิษฐพวกเขามาได้ แต่ก็เป็นการแปลกยิ่งนักที่ไม่มีใครหาคำตอบเกี่ยวกับข้อมูลหรือเซ้นท์ที่พวกเราเรียกว่าหมอผีได้ 

ซึ่งไม่มีใครหาคำตอบในสิ่งลี้ลับเหล่านี้ได้เลย อาการผีเข้าในหลักวิทยาศาสตร์อาจจะมีมุมมองได้ แต่สำหรับดวงวิญญาณที่มีเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เราพบเจอก็ยังไม่มีใครสามารถพิสูจน์ให้กับเรื่องลี้ลับเหล่านี้ได้เลย 

แต่ไม่ว่าเรื่องลี้ลับเหล่านี้ทางนักวิทยศาสตร์จะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดจากอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆนักวทยาศาสตร์ทั้งหลายพวกเขาสามารถสร้างและประดิษฐสิ่งต่างๆที่เราได้ใช้

เพื่อเป็นความอำนวยความสะดวกสบายให้แก่พวกเราอยู่ทุกวันนี้ ต้องบอกว่าเรามีความสุขสบายอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะมีนักประดิษฐทั้งหลายและนักวิทยาศาสตร์เหล่านี้ที่เป็นคนคิดค้นที่เราต้องจดจำ และจารึกไว้เพื่อให้ลูกหลานรู้จักพวกเขาเหล่านี้ตลอดไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

วิทยาศาสตร์ในร่างกาย

เรารู้หรือไม่ว่าเรื่องบางเรื่องในตัวเรานั้นก็มีจุดที่บอกไม่ได้เหมือนกัน ว่ามีวิทยาศาสตร์

มนุษย์พลังงาน ในตัวหรือร่างกายเรานั้นมีกระแสไฟฟ้าที่สามารถสร้างไฟได้เปรียบเทียบเท่ากับหลอดไฟฟ้า  120  วัตต์

การกะพริบตานั้นมีใครสามารถบอกได้บ้างว่าวันหนึ่งเราสามารถกระพริบตานั้นได้กี่ครั้ง การที่เรานั้นกระพริบตานั้น ต่อวันเรากระพริบต่อวันหนึ่ง 10000 ครั้งต่อวัน จึงทำเรานั้นเปรียบเทียบเท่ากับเราวิ่งออกกำลังกาย 80 กิโลเมตรต่อวันเลย

สมอง คุณเชื่อหรือไม่ว่าตอนที่เราเกิดมาตั้งแต่ตอนแรกเกิดสมองเรานั้นมีน้ำหนักเท่ากับตัวเราที่เราเกิด แต่พอโตขึ้นเราอายุ  15  ปี สมองของเรานั้นหนักเหลือแค่ 1.5 กิโลกรัมเพราะว่าสมองของเรานั้นเล็กลง แต่ว่าสมองของเรานั้นเติบโตเพราะว่าการที่เรานั้นหายใจเข้าไป แล้วก็เลือดที่เรานั้นไปเลี้ยงสมอง 

เส้นขนของเรานั้น คุณรู้หรือไม่ว่าทั่วร่างกายของเรานั้นมีขน มีอยู่ที่ไม่มีคือ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า บริเวณริมฝีปาก คุณรู้หรือไม่ว่าหนวดเป็นขนที่มีความแข็งแรงเทียบเท่ากับทองเหลือง 

ตาที่สาม คุณรู้หรือไม่ว่าเรานั้นมีตาที่สามอยู่ที่ต่อมไพเนียลอยู่ที่ศรีษะของเรานั่นเอง

การที่เรานั้นจามคุณรู้ไหมว่าการจามนั้นมีต่อมน้ำลาย100000 หยดเลยที่เดียวเพราะสามารถกระเด็นได้ไกลถึง 152  ฟุตต่อวินาทีเลยทีเดียว การที่เรานั้นขมวดคิ้วนั้นทำให้เกิดรอยตีนกา ดังนั้นเราควรที่จะยิ้มมากกว่าการที่เรานั้นหน้าบึ่งอีกค่ะ 

คนเราทุกคนเคยผ่านเรื่องการที่เรานั้นร้องไห้โดยที่ไม่มีน้ำตา เพราะว่าตั้งแต่เราเกิดมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 3-4 เดือนนั้นเราเราอาจร้องไห้ แต่เสียง ใช่ค่ะคุณรองสังเกตสิว่าเด็กที่แรกเกิดนั้น ร้องไห้โดยที่ไม่มีน้ำตา แต่หลังจากสี่เดือนนั้นเราจะเริ่มมีน้ำตา  หิวเพราะกลิ่น ใช่ค่ะการที่เรานั้นเคยได้กลิ่นที่อาหารนั้นลอยมา แล้วทำให้เรานั้นหิว ต่อมน้ำลายนั้นเกิดอยากกินอาหารแต่ทั้งที่เรานั้นอิ่มอยู่แล้วไม่อยากกินอาหารนั้นแล้ว 

การที่เรานั้นเขินอาย เคยสังเกตไหมว่าการที่เรานั้นเขินทำไมหน้าของเรานั้นต้องแดงกว่า โดยเฉพาะตรงที่แก้ม เพราะเวลาที่เรานั้นเขินระบบในร่างกายนั้นจะหลั่งสารออกมาจนทำให้หน้าและบริเวณตรงคอนั้นแดงกว่าปกติ 

ใช่ค่ะในร่างกายเรานั้นต้องมีเรื่องที่เรานั้นเจอกับเรื่องของวิทยาศาสตร์ในร่างกายเราอีกเยอะแยะมากมาย บางทีนั้นผลของวิทยาศาสตร์ก็ไม่สามารถที่จะยืนยันได้ 

เรื่องที่หน้ารู้ทางวิทยาศาสตร์น้ำหนักลด  เชื่อไหมว่าการที่เรานั้นนอนหลับเรานั้นน้ำหนักลด ถึง  300 กรัม ทุกวันตอนที่เรานอนหลับ แต่อย่าพึ่งดีใจไปเลยค่ะ เพราะหลังจากที่เรานั้นตื่น น้ำหนักเรานั้นก็กลับมาเท่าเดิมค่ะ  

 

สนับสนุนโดย  bk8

ถ้าโลกหยุดหมุนจะเกิดอะไรขึ้น?

สำหรับกรณีที่เรื่องของโลกจะหยุดหมุนคือเราจะต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นก่อนเลยว่าในยุคปัจจุบันที่เรายืนอยู่ในโลกตอนนี้โลกของเรานั้นมันได้มีการหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลาและมันก็ยังได้หมุนรอบดวงอาทิตย์ ซึ่งตรงนี้ได้เอาตามที่เรารู้และได้เรียนรู้กันมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งถ้าหากว่าเอาตามข้อมูลเขาได้บอกว่าระบบสุริยะจักรวาลของเราของนั้นมันได้เกิดมาเมื่อประมาณ4,500ล้านปีก่อนจากการหมุนของก๊าซและฝุ่นผงในอวกาศ

จนมันได้ก่อตัวขึ้นแล้วโลกของเราก็ได้รับอิทธิพลจากการหมุนของระบบสุริยะมาด้วย ซึ่งในที่บันทึกเอาไว้นั้นเขายังได้บอกเอาไว้อีกว่าโลกของเรานั้นได้มีความเร็วในการหมุนรอบตัวเองอยู่ที่ ณ ปัจจุบัน1,674.4กิโลเมตร ต่อชั่วโมงและนักวิทยาศาสตร์เขาคาดเดากันว่าทุกๆ100,000ปีโลกของเรานั้น

มันจะหมุนตัวช้าลง2นาที ซึ่งพอฟังดูแล้วมันค่อนข้างที่จะน้อยแล้วมันค่อนข้างที่จะใช้ระยะเวลานานมากกว่าที่มันจะหมุนหรือมันจะค่อยๆชรอตัวลงแต่ในยุคปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์หลายๆคนเขาก็ได้ตะหนักถึงเรื่องการที่โลกชรอตัวการหมุนอยู่พอสมควรเลย

เพราะหลายๆเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันบนโลกเรามันได้มีแนวโน้มสูงมากที่จะทำให้การชรอตัวบนโลกลงมาเร็วขึ้นแล้วถี่กว่าเดิมเขาเลยตั้งข้อสมมุติฐานและได้มีการศึกษากันว่าในกรณีถ้าโลกของเราได้ชรอการหมุนตัวรอบตัวลงไปเรื่อยๆมันจะเกิดอะไรขึ้นและถ้าเกิดโลกของเรานั้นหยุดหมุนมันจะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งตรงนี้จากข้อมูลที่ได้ไปหามาบอกเลยว่ามันค่อนข้างที่จะน่ากลัวมากโดยสิ่งแรกเลยที่มันจะเกิดขึ้นแน่ๆ

หลังจากที่โลกได้มีการชรอการหมุนรอบตัวลงนั้นก็คือเวลาที่เปลี่ยนไป โดยเวลาที่เปลี่ยนไปตรงนี้ต่อให้มันได้มีการเปลี่ยนไปแค่1-2นาที มันส่งผลกระทบบเยอะมากและมันก็ยังส่งผลกระทบไปหลายส่วนมาก โดยเขาได้บอกว่าในปัจจุบันของเราได้ใช้gpsจากดาวเทียมเพื่อกำหนดเวลาโลกในแต่ละวันแต่ถ้าวันใดวันหนึ่งโลกของเรานั้นมันได้มีการหมุนตัวช้าลงแม้แต่นาทีเดียวมัน

ก็จะทำให้เวลาทั้งโลกแปลกไปเลยและระบบgpsต่อนี้มันจะส่งผลไปถึงอุตสาหกรรมการบินต่างๆไม่ว่าจะเป็นการขนส่งคนหรือขนส่งสินค้าเพราะในการที่จะจอดเครื่องบินในแต่ละครั้งทางสนามบินจะต้องมีgpsในการกำหนดเวลาในการกำหนดเส้นทางและเวลาที่เหมาสมในการลงของแต่ละเครื่องให้พอดีกันถ้ามีการคลาดเคลื่อนแม้แต่นาทีเดียวหรือสองนาทีผิดพลาดพร้อมกันหลายๆลำมันก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ซึ่งgpsในปัจจุบันนี้เขายังไม่ได้ผลิตออกมาให้มีการลองรับการหมุนตัวของโลกที่ช้าลงมันเลยจะทำให้ส่งผลกระทบตรงจุดนี้และมันก้อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุในหลายพื้นที่ได้

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนัน โปรดี

บทเรียนจากการใจดีโอนไวต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์

บทเรียนจากการใจดีโอนไวต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอาจเป็นสาเหตุทำให้คนอื่นถูกทารุณกรรมได้

          จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหนูน้อย 2 คนที่ชื่อว่าน้องอิ่มบุญและน้องอมยิ้มวัยเพียงแค่ 4 ขวบและ 3 ขวบที่ทั้งสองคนต้องถูกกระทำจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ด้วยการวางยาพิษทีละเล็กทีละน้อยเพื่อหวังเพียงเงินบริจาคจนในที่สุดก็ทำให้เด็กหญิงอมยิ้มเสียชีวิตจากการถูกวางยาพิษในครั้งนี้

โดยสาเหตุนั้นเพียงเพราะผู้เป็นแม่นั้นต้องการนำเงินบริจาคมาใช้จ่ายส่วนตัวซึ่งการที่เธอโพสต์คลิปลูกสาวทั้งสองคนอาเจียนออกมาเป็นเลือดทำให้หลายคนในโลกโซเชียลต่างพากันสงสารโอนเงินไปให้เธอช่วยให้เธอเอาลูกไปรักษาให้หายแต่กลับกลายเป็นว่าความหวังดีของโลกโซเชียลนั้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนต้องได้รับความทนทุกข์ทรมาน

           จากเรื่องนี้ใบคนเริ่มมองถึงเรื่องของการรับบริจาคผ่านทางโลกโซเชียลว่าอาจจะเป็นดาบสองคมก็เป็นได้บางคนรับบริจาคเพราะได้รับความเดือดร้อนจริงๆแต่บางคนกลับเห็นความใจดีของคนในโลกออนไลน์สร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อขอรับเงินบริจาคอย่างกรณีของเด็กหญิงน้องอมยิ้มและน้องอิ่มบุญนั้นเกิดขึ้นมาจากหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งเธอเองไม่เคยมีลูกมาก่อนแต่ก็ได้ไปขอเด็กคนอื่นมาเลี้ยงเป็นลูกและทำทีว่าตนเองนั้น

เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวต้องหาเลี้ยงลูกคนเดียวทั้งสองคนรวมถึงการทำให้เด็กทั้งสองคนนั้นป่วยด้วยการให้เด็กค่อยๆกินยาพิษเข้าไปทุกวันแล้วอ้างกับคนในโลกออนไลน์ว่าเด็กทั้ง 2 คนไม่สบายและไม่สามารถหาสาเหตุอาการป่วยได้เส้นทางไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลก็แล้วแต่อาการก็ไม่ดีขึ้นจึงได้มีการโพสต์คลิปออกมาในโลกโซเชียลพร้อมทั้งขอรับเงินบริจาคในการที่จะพาน้องไปรักษา

ซึ่งหลายคนพอได้เห็นก็เกิดความรู้สึกสงสารและอยากให้เด็กทั้งสองคนหายดีต่างก็พากันโอนเงินไปให้หญิงสาวคนดังกล่าวโดยไม่รู้เลยว่าเงินที่พวกเขาโอนไปนั้นยิ่งโอนเข้าไปมากเท่าไหร่หนูน้อยทั้งสองคนนั้นก็ยิ่งทรมานมากขึ้นเท่านั้นในที่สุดเด็กคนนึงก็ทนไม่ไหวเสียชีวิตไปก่อน

และเมื่อหนูน้อยคนที่ 2 กำลังจะตามอีกคนหนึ่งไปจึงทำให้โลกโซเชียลเริ่มรู้แล้วว่าแม่ของหนูน้อยทั้งสองคนนั้นจริงๆแล้วไม่ใช่แม่ที่แท้จริงและยังเป็นคนวางแผนที่จะทำร้ายเด็กทั้งสองคนอีกด้วยเพราะแค่หวังเงินบริจาคเรื่องราวของการเปิดรับของบริจาคเงินแล้ว ต้องการให้คนในโซเชียลก็ไปช่วยเหลือนั้นไม่ใช่แกนี้แค่แรกยังมีอีกหลายเคสด้วยกันที่คนเปิดรับขอบริจาคและเมื่อมีการโอนเงินให้บุคคลเหล่านั้นก็มีเงินทองตั้งตัวรวยเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นอย่างเช่นคนขับรถแท็กซี่ที่อ้างมีเงินติดตัวแค่ 200 บาท

เพียงแค่คืนเดียวมีคนบริจาคเงินให้กับคุณลุงแท็กซี่มากถึง 8 ล้านบาทกลายเป็นคนรวยในพริบตาทันทีและเมื่อตรวจสอบไปลงขับรถแท็กซี่ก็ไม่ได้ยากจนมากและไม่ใช่ว่าไม่มีคนดูแลอย่างที่เคยกล่าวอ้างนี่คือข้อเสียของคนในโลกออนไลน์ที่เมื่อเห็นอะไรก็จะรู้สึกสงสารและไม่ได้ตรวจสอบให้ดีเสียก่อน

ทำให้มีการโอนเงินเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็วซึ่งต่อไปนี้ควรจะมีการพิจารณาให้รอบคอบหากใครที่ออกมาขอเรี่ยรายผ่านทาง facebook ควรจะต้องมีการให้รัฐบาลตรวจสอบเสร็จก่อนด้วยการติดต่อไปที่ 1300 เพื่อที่จะได้มีการใช้ข้อมูลให้แน่นอนก่อนที่จะมีการโอนเงินช่วยเหลือจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำสองเหมือนกรณีของน้องอิ่มบุญและน้องอมยิ้มขึ้นอีก

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame77

สาวใหญ่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเสียชีวิตกลางทุ่งนา

สาวใหญ่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมเสียชีวิตกลางทุ่งนาสอบถามสามีผู้ตายบอกว่ามีคนมาย่องมาทำร้าย 3 คน

           ช่วงประมาณดึกของคืนวันที่ 22 เดือนพฤษภาคมปีพศ. 2563 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดสระแก้วได้รับแจ้งเหตุช่วงเวลาประมาณ 22.50 นว่ามีผู้พบศพหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเสียชีวิตอยู่กลางทุ่งนาและเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางไปถึงก็พบว่ามีชาวบ้านยืนมุงดูศพพร้อมทั้งมีสามีของผู้เสียชีวิตกำลังนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่สำหรับผู้ที่แจ้งเหตุนั้นเป็นนายสัมฤทธิ์ซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยกำนันด้วยในสำเร็จนั้น

ให้ข้อมูลทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าผู้เสียชีวิตนั้นชื่อว่านางอัมพรส่วนสามีของนางอัมพรที่กำลังประสบนั่งร้องไห้อยู่นั้นชื่อว่านายสมนึกโดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันโดยนายสัมฤทธิ์บอกว่าตอนที่นายสัมฤทธิ์เดินทางมาถึงบริเวณทุ่งนานั้นเห็นว่านายสัมฤทธิ์กำลังนั่งกอดร่างผู้เสียชีวิตอยู่และร้องไห้ฟูมฟาย

เมื่อสอบถามไปว่าใครเป็นคนทำนายสัมฤทธิ์ก็บอกว่ามีคนร้ายบุกเข้ามา 3 คนแล้วทากันลมตรีนางอัมพรจนถึงแก่ความตายซึ่งระหว่างที่มีการพูดคุยกันนั้นนายสมนึกอยู่ในอาการของคนมึนเมาทำให้นายสัมฤทธิ์นั้นไม่เชื่อการพูดให้ปากคำของนายสมนึกเท่าไหร่จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบที่เกิดเหตุโดยชาวบ้านและผู้ช่วยกำนันให้ข้อมูลกับทางตำรวจว่าสามีภรรยาคู่นี้มักจะทะเลาะกันเป็นประจำทุกวัน

เนื่องจากว่าฝ่ายชายนั้นชอบหึงหวงฝ่ายหญิงซึ่งปกติแล้วก็จะมีการทำร้ายฝ่ายหญิงอยู่เรื่อยๆโดยเมื่อไหร่วันก่อนนั้นน้องสาวของนางอัมพรยังเคยมาบอกให้นายสัมฤทธิ์ฟังเลยว่านายสัมฤทธิ์กับนางอัมพรนั้นทะเลาะกันอีกแล้วและครั้งนี้ได้มีการนำยาฆ่าหญ้ากรอกใส่ปากนางอัมพรเพราะว่าจะให้พรไปด้วยแต่โชคยังดีที่ส่งโรงพยาบาลได้ทันซึ่งนางอัมพรเองก็เพิ่งออกจากโรงพยาบาลได้ไม่กี่วันนี้เอง

หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนนายสมนึกเขาก็ให้การรบกวนพูดจาไม่รู้เรื่องเพราะอยู่ในอาการเมาบอกแต่เพียงว่ามีคนร้าย 3 คนซึ่งเขาไม่เห็นหน้าวิ่งเข้ามาแล้วก็พากันรุมทำร้ายนางอัมพรด้วยการใช้ไม้ตีหลังจากนั้นก็วิ่งหนีไปจากการดูศพเบื้องต้นพบว่าร่างกายของนางอัมพรนั้นถูกตีด้วยของแข็งโดยมีแผลทั้งที่หน้าผากที่หัวกระโหลกยางแตกมือขวาฉีกขาดและช้ำบวมแขนยังมีแผลข้างหลังอีกหลายแผล

ซึ่งบริเวณที่พบศพนั้นสภาพศพของนางอัมพรใส่แต่เสื้อและกางเกงในและยังมีอาวุธที่น่าจะเป็นอาวุธที่ก่อเหตุนางอัมพรซึ่งเป็นท่อนไม้ไผ่ที่มีความยาวอยู่ที่ 2 ฟุตตกอยู่ข้างศพและมีเลือดเต็มไปหมดและข้างๆกันนั้นก็ยังมีถุงถ่านที่มีการเผาเสร็จเรียบร้อยแล้ววางอยู่โดยนางอัมพรและนายสมนึกนั้น

มีอาชีพเผาถ่านซึ่งปกติแล้วจะมีอาชีพทำนาเนื่องจากตอนนี้ แล้งไม่มีน้ำทำให้ทั้งคู่ต้องมายึดอาชีพเผาถ่านแทนอย่างไรก็ดีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการนำตัวนายสมนึกไปสถานีตำรวจก็รอให้สร่างเมาแล้วจะทำการสอบปากคำต่อไป

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8

ดวงอาทิตย์ได้มีการอ่อนแรงจากแม่เหล็กไฟฟ้า

เรื่องราวของดวงอาทิตย์ ที่อ่อนแรง ผิดปกติ เมื่อเทียบกับดาวฤกษ์ ในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา ดวงอาติทย์ได้ปรากฎการณ์เกิดการปะทุพลังงานรุนแรงเช่นการเกิดเปลวสุริยะหรือโซล่าแฟร์

รวมทั้งพายุสุริยะที่สร้างความเสียหายแก่เครือข่ายเทคโนโลยีต่างๆบนโลกอยู่หลายครั้งแต่ เมื่อนำเอาข้อมูลการเคลื่อนไหวทางแม่เหล็กไฟฟ้าเหล่านี้ได้นำเอาไปลองเทียบเข้ากับดาวฤกษ์ที่เป็นดวงอื่นๆซึ่งสำหรับเหล่านักดาราศาสตร์และพวกเขาได้เห็นว่าดวงอาทิตย์ของเรานั้นได้ถือว่ามันค่อนข้างที่จะอ่อนแรงกว่าเพื่อนมากอยู่หลายเท่าอีกทั้งด้านข้อมูลที่เกี่ยวกับความเคลื่อนตัวในการเปลี่ยนแปลง

ส่วนแม่เหล็กไฟฟ้าที่ดวงอาทิตย์ซึ่งอย่างไรก็ตามในช่วง9,000ปีที่แล้วก็ได้มีเหล่าจำนวนของจุดมืดที่ได้เกิดขึ้นอยู่ในดวงอาทิตย์ในช่วงทุกๆปีที่เขาได้มีการบันทึกเอาไว้ได้อย่างชัดเจนที่มีศักยภาพซึ่งมันก็ได้มีมาตั้งแต่ในช่วงปี1010 ที่มีความเกี่ยวข้องในการขยายตัวกัมมันตภาพรังสีและธาตุคาร์บอนที่มันได้อยู่ในปีของต้นไม้ ทั้งนี้ก็ยังได้มีชั้นน้ำแข็งที่มันได้อยู่ในชั้นของบรรยากาศ

ซึ่งที่ได้มีการขุดเจาะและได้นำเอามันขึ้นมานอกจากนี้นักวิจัยก็ยังได้ทราบอีกว่า ซึ่งในเวลากว่าหนึ่งหมื่นปีที่มันได้เป็นสิ่งเล็กๆของสิ่งที่มันได้มีชีวิตอย่างยาวนานซึ่งมันก็ได้มีอายุประมาณสี่หมื่นหกพันล้านปีในดวงอาทิตย์ซึ่งก็ได้มีการเคลื่อนไหวสับเปลี่ยนระบบแม่เหล็กไฟฟ้า

อาทิเช่นการเปลี่ยนแปลงการส่องสว่างที่มันได้มีการเกี่ยวข้องกันกับสิ่งที่มันทำให้เกิดการปะทุกันได้หลาก หลายรูปแบบซึ่งมันได้มีความร้ายแรงซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างไปจาก10ปีที่ผ่านมาหลังจากนั้นก็ได้นำเอาข้อมูลที่นักดาราศาสตร์ได้มานี่ก็ได้เอาไปเทียบเข้ากับดาวฤกษ์ที่มันอาจจะดูคล้ายกันเหมือนกับดวงอาทิตย์

โดยได้มีดาวฤกษ์ที่มันได้มีอายุที่ได้หมุนโดยรอบตัวเองสำหรับอุณหภูมิที่อยู่ในพื้นผิวที่รวมไปถึงสัดส่วนของธาตุหนักที่มันได้มีส่วนองค์ประกอบที่ได้มีความไกลเคียงกันทั้งหมด369ดวง จากนั้นผลรับที่ได้กลับมาได้บ่งบอกว่าดวงอาทิตย์นั้นมันได้มีการเคลื่อนไหวที่มันได้มีการเปลี่ยนแปลงด้านแม่เหล็กไฟฟ้า

ซึ่งมันได้มีพลังที่น้อยไปกว่าเพื่อนประมาณ5เท่านอกจากนี้ก็ยังได้มีทีมของเหล่านักวิจัยได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าผลจากที่เรานั้นได้ทำการศึกษาก็ยังได้บ่งบอกอีกว่าดวงอาทิตย์นั้นมันได้อยู่ในเวลาที่สงบนิ่งประมาณเมื่อ9,000ปี ถ้าอย่างนั้นก่อนหน้านี่ด้านนักวิทยาศาตร์ก็ยังได้มีความเข้าใจในเรื่องของการเคลื่อนไหวในการเปลี่ยนแปลงของแม่เหล็กไฟฟ้า

 

สนับสนุนโดย  bk8 john terry